2026-08-05T19:14:06+00:00 iaa DELTA บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DELTA ผ่านจุดต่ำสุดพร้อมลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลัง 2569 1. ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ส่งสัญญาณบวกหลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาแล้ว โดยคาดการณ์ว่า กำไรจะเริ่มฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 พร้อมตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้กลับไปสู่ระดับ 30% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายกำลังการผลิตในกลุ่ม Data Center และ Hyper-scale ที่ยังมีความต้องการสูงต่อเนื่อง 2. ส่วนเนื้อหาและมุมมองโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ของ DELTA โดยระบุว่ากำไรในไตรมาส 2/2569 ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 ทั้งนี้ KS ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2571 ใหม่ โดยปรับลดกำไรปี 2569 ลง 10% เหลือ 3.45 หมื่นล้านบาท แต่ปรับเพิ่มกำไรปี 2570 ขึ้น 3% เป็น 4.70 หมื่นล้านบาท และปี 2571 ขึ้น 4% เป็น 5.36 หมื่นล้านบาท โดยให้ ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 300.00 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ถือ” ปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ 1. การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. การกลับเข้าสู่ภาวะปกติของห่วงโซ่อุปทาน 3. กำลังการผลิตในกลุ่ม Data Center ที่แข็งแกร่ง 4. สัดส่วนรายได้จากกลุ่ม AI ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 40% ในอนาคต และ 5. การนำระบบ AI มาใช้พัฒนาการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ให้ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 3. ข้อสังเกต แม้แนวโน้มจะดูสดใสขึ้น แต่ยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังคือ ต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากซัพพลายเออร์ยังคงส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมายังบริษัท นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง อุปสงค์ในยุโรปที่ยังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อการเติบโตในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่องและยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอตัวของอุปสงค์ในภาพรวม 4. ส่วนสรุป โดยรวมแล้ว DELTA ยังคงเป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยีและฐานลูกค้า Data Center แม้จะมีการปรับลดราคาเป้าหมายลงจากเดิมเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการภายในและการเติบโตของกลุ่ม AI ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการฟื้นตัวที่ชัดเจน นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและทิศทางอุปสงค์ในตลาดโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม