Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

MINT ลุ้นกำไรครึ่งปีหลังโตเด่น แม้แผนตั้ง REIT สะดุด

ไฮไลท์สำคัญ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น MINT โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 30.50 บาท แม้บริษัทจะมีการเลื่อนแผนการจัดตั้งกอง REIT ออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงต้นไตรมาส 4/2569 เนื่องจากภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าลดภาระหนี้สิน (Deleverage) และมีแผนปลดล็อกมูลค่าธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ผลประกอบการ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่เป็นช่วง High Season แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะเติบโตเพียง 3% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามที่กดดันพอร์ตโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานในยุโรปที่สูงขึ้นและดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perp Bond) ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์มองว่าการเลื่อนจัดตั้ง REIT ส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรเพียง 2% ต่อปีเท่านั้น โดยในภาพรวมปี 2569 คาดการณ์รายได้จะเติบโต 4% YoY และกำไรปกติเติบโต 8% YoY ซึ่งถือเป็นมุมมองที่อนุรักษ์นิยมกว่าเป้าหมายของบริษัท ทั้งนี้ ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) คาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยฤดูกาล และยอดจองล่วงหน้าที่เริ่มฟื้นตัวในกลุ่มโรงแรมที่เคยได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่วนสรุปการลงทุน ปัจจุบันหุ้น MINT ซื้อขายบน Valuation ที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยมีค่า PER ปี 2569-2570 อยู่ที่เพียง 11-13 เท่า ผลบวก ที่น่าจับตาคือหากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลาย จะช่วยหนุนให้นักท่องเที่ยวกลุ่ม Long Haul กลับมาเดินทางตามปกติ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผลการดำเนินงานกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์และการบริหารจัดการหนี้สินอย่างใกล้ชิด