Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

OSP โชว์แกร่งคุมต้นทุนอยู่หมัด โบรกฯ มองเป้าหมาย 17 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างโดดเด่น แม้จะเผชิญกับความท้าทายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในเมียนมาที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้โบรกเกอร์ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2571 ขึ้น เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีกว่าคาดการณ์เดิม เจาะลึกผลการดำเนินงานและมุมมองโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) ได้ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยให้คำแนะนำ "ถือ" พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายที่ 17.00 บาท โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าที่สะท้อนถึงการปรับประมาณการกำไรใหม่ ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนหลักมาจากการที่บริษัทสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ได้ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยคาดการณ์รายได้ปี 2569-2571 จะเติบโตเฉลี่ย 2-3% ต่อปี และมีการปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นจาก 24.5% เป็น 24.2% (ตามข้อมูลการปรับปรุงประสิทธิภาพ) นอกจากนี้ ธุรกิจในเมียนมาที่เคยได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการนำเข้า เริ่มกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้นและคาดว่าจะเติบโตได้ตามปกติในไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลการดำเนินงานในภาพรวมจะดูแข็งแกร่ง แต่มีประเด็นที่นักลงทุนควรพิจารณาคือ ธุรกิจในเมียนมายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องความผันผวนของกฎระเบียบการนำเข้า แม้จะเริ่มฟื้นตัวแล้วก็ตาม ในส่วนของอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ทางโบรกเกอร์มองว่า ยังไม่น่าสนใจนักเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรนำไปประกอบการตัดสินใจควบคู่ไปกับแนวโน้มการเติบโตของกำไร สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป OSP ถือเป็นหุ้นที่มีความโดดเด่นในด้านการบริหารจัดการต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากยอดขายในต่างประเทศได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาเป้าหมายที่ 17.00 บาท และมุมมองต่ออัตราเงินปันผลที่ยังไม่โดดเด่น ทำให้คำแนะนำในขณะนี้ยังคงเป็นเพียงการ "ถือ" เพื่อรอติดตามการฟื้นตัวของยอดขายในเมียนมาและทิศทางการเติบโตของกำไรในระยะยาวต่อไป