Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ส่องกลยุทธ์ลงทุน TU และ ITC รับการฟื้นตัวและเติบโตระยะยาว

สลับพอร์ตสะสม TU พร้อมถือยาว ITC บล.บัวหลวง (BLS) ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนสลับมาสะสมหุ้น Thai Union Group (TU) เพื่อรับโอกาสการลงทุนระยะสั้นจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก ในขณะที่ยังคงแนะนำให้ถือลงทุนใน i-Tail Corporation (ITC) ต่อไปในฐานะหุ้นเด่นสำหรับการเติบโตเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยทั้งสองบริษัทได้รับคำแนะนำ "ซื้อ" ทั้งคู่ ปรับเป้าหมายราคาใหม่สะท้อนศักยภาพกำไร สำหรับ TU โบรกเกอร์ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 เป็น 15.6 บาท (จากเดิม 13.6 บาท) ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) โดยคาดการณ์กำไรปี 2569 จะเติบโต 17% หนุนจากอุปสงค์อาหารทะเลที่ฟื้นตัวและสัดส่วนสินค้าแบรนด์ตนเองที่เพิ่มขึ้น ส่วน ITC ได้ปรับราคาเป้าหมายเป็น 22.0 บาท (จากเดิม 19.0 บาท) โดยมองว่าธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมยังคงมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนการเติบโตและข้อสังเกตสำคัญ ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ของ TU สะท้อนการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและแช่แข็งที่เติบโต YoY ทั้งด้านรายได้และความสามารถในการทำกำไร แม้เผชิญต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่กลยุทธ์เน้นสินค้าแบรนด์ตนเองช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้เพิ่มขึ้นเป็น 19.8% สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็น ปัจจัยบวกต่อกำไร ในขณะที่ความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลายลง สรุปภาพรวมการลงทุน ในเชิงกลยุทธ์ บล.บัวหลวง มองว่า TU มีความน่าสนใจมากกว่าสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นเนื่องจากราคาหุ้นที่น่าสนใจและโมเมนตัมการฟื้นตัวที่ชัดเจน ส่วน ITC ยังคงเป็นหุ้นหลักที่น่าถือครองยาวจากฐานลูกค้าที่ขยายตัวและอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง โดยนักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบที่อาจผันผวน ซึ่งอาจเป็น ปัจจัยลบต่อต้นทุนการผลิต ในอนาคต