Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ปโชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2/26 ปรับเป้าปีนี้โตพุ่ง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.36 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 64% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 10% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งและการได้รับเงินคืนภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทตัดสินใจปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 ขึ้นเป็น 4-6% จากเดิมที่คาดไว้ 3-4% เจาะลึกผลประกอบการและการลงทุน โบรกเกอร์ INVX ได้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของ TU โดยระบุว่ากำไรที่เติบโตโดดเด่นมาจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและวินัยในการตั้งราคาขายที่เหมาะสมในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงที่มียอดขายแข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยสนับสนุนยอดขายในภาพรวม สำหรับกลยุทธ์การลงทุน TU ยังคงมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Transformation Program) เพื่อลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นในปี 2570 เป็นต้นไป ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลประกอบการจะออกมาดี แต่มีประเด็นที่ต้องจับตาคือ ความเสี่ยงด้านค่าเงินบาทที่อาจผันผวน และแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบปลาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นในบางช่วง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกลไกการปรับราคาขายตามรอบปกติเพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ มาตรการภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ ที่ 12.5% ถูกประเมินว่ามีผลกระทบจำกัด เนื่องจากคู่แข่งสำคัญในเวียดนามก็ได้รับผลกระทบในอัตราเดียวกัน ส่วนการระงับภาษีนำเข้าของสหราชอาณาจักรจนถึงปี 2571 ถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นที่ช่วยหนุนมาร์จิ้นของสินค้ากลุ่มแบรนด์ สรุปคำแนะนำและราคาเป้าหมาย โบรกเกอร์ INVX คงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับหุ้น TU โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 16.00 บาท (อ้างอิงค่า PE ที่ 14.5 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี) โดยมองว่าโมเมนตัมการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปัจจัยฤดูกาลและยอดขายที่เติบโตตามเป้าหมายที่ปรับเพิ่มขึ้นใหม่ ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในระยะยาวต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท