Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TU โชว์กำไร Q2/69 แกร่งเกินคาด โบรกฯ ปรับเป้าขึ้นรับอนาคตสดใส

ผลประกอบการโดดเด่นทำสถิติใหม่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 1.26 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 8% ปัจจัยสำคัญมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% จากการบริหารจัดการราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพสูง ประกอบกับยอดขายรวมที่เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 สะท้อนถึงปริมาณการขายที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก มุมมองโบรกเกอร์และการปรับประมาณการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) หรือ PST ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นเป็น 4.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากเดิมที่คาดไว้ 4.4 พันล้านบาท พร้อมปรับราคาพื้นฐานใหม่ขึ้นเป็น 14.60 บาท จากเดิม 13.40 บาท โดยแนะนำ “ซื้อ” ด้วยเหตุผลด้านคุณภาพของผลประกอบการที่สูงขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีเยี่ยม โดยมองว่าบริษัทมี Upside จากราคาปัจจุบันราว 10.6% และคาดการณ์เงินปันผลทั้งปีที่ 0.73 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 5.5% ข้อสังเกตและปัจจัยหนุนในครึ่งปีหลัง ทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) คาดว่าจะสดใสยิ่งขึ้นจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในสหรัฐฯ และยุโรป โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคือการที่สหราชอาณาจักรยกเว้นภาษีนำเข้าทูน่า ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการฐานการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจกลุ่ม Pet Care และสินค้ามูลค่าเพิ่มยังคงเป็นเครื่องจักรหลักในการสร้างกำไร ในขณะที่ต้นทุนปลาทูน่าคาดว่าจะผ่านจุดสูงสุดในไตรมาส 3 และเริ่มอ่อนตัวลงในไตรมาส 4 ซึ่งจะช่วยหนุนมาร์จิ้นให้คงระดับที่แข็งแกร่งต่อไป สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวมแล้ว TU ถือเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจจากการเติบโตของกลุ่มสินค้าพรีเมียมและการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ที่มีทีมงานดูแลโดยเฉพาะ การปรับเป้าหมายราคาพื้นฐานขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการทำกำไรที่เหนือกว่าเดิม นักลงทุนสามารถพิจารณาเข้าลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนรวม (Upside + Yield) ที่คาดว่าจะสูงถึง 16.1% จากพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคงและกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน