2026-08-05T17:40:50+00:00 fin BCPG บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG กำไรสุทธิโตแรง YoY รับส่วนแบ่งกำไรสหรัฐฯ หนุน - MD&A Q2/2569 รายได้-กำไรปรับตามฤดูกาล แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกโตเด่น รับปัจจัยบวกจากโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ และลาว บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 154.7 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 651.1 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะลดลง 71.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากฤดูกาล แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 877.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BCPG ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ จากการขาดทุนอย่างหนักในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจาก ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา ซึ่งชดเชยผลกระทบจากฤดูกาลที่ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกบวก YoY: ในไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทฯ บันทึกผลขาดทุนสุทธิจำนวนมากถึง 651.1 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากรายการพิเศษจากการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์สุทธิรวม 673.0 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 109.3 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2569 ไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว และมีเพียงขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 25.7 ล้านบาท ทำให้ผลประกอบการสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น YoY: ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 43.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา แม้จะมีการหยุดผลิตเพื่อทำ Rotor upgrade ที่โครงการ Hamilton ก็ตาม ผลกระทบจากฤดูกาล QoQ: แม้ภาพรวม YoY จะดีขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 71.3% เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำสุดของปี และมีการหยุดซ่อมบำรุงประจำปี รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว เข้าสู่ช่วง low season 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง (YoY) แต่ผันผวนตามฤดูกาล (QoQ) YoY: การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ YoY เป็นผลจากการไม่มีรายการพิเศษที่รุนแรงเหมือนปีก่อนหน้า และการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการรับรู้ Capacity Revenue ที่สูงขึ้น QoQ: ผลประกอบการจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ของทุกปีมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า Highlight สำคัญ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่พลิกเป็นบวก 154.7 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 651.1 ล้านบาทใน Q2/2568 โดยไม่มีรายการพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์เหมือนปีก่อน EBITDA เพิ่มขึ้น 12.0% YoY แตะ 927.1 ล้านบาท จากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รายได้รวม 806.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY จากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าโซลาร์ในไทยที่ผลิตได้มากขึ้น 6 เดือนแรกปี 2569 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 877.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการบันทึกรายได้โครงการ District Cooling System และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และลาว BCPG ได้รับแจ้งการใช้สิทธิ Drag-along Rights ขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Hamilton ในสหรัฐฯ คาดได้รับเงินสดประมาณ 354 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาดแล้วเสร็จภายในปี 2569 ภาพรวมผลประกอบการ BCPG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 806.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY แต่ลดลง 26.6% QoQ โดยรายได้ YoY เติบโตจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย ส่วนการลดลง QoQ เป็นผลจากการรับรู้รายได้โครงการ District Cooling System ในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่มีมูลค่าสูง EBITDA อยู่ที่ 927.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% YoY แต่ลดลง 36.1% QoQ โดยการเติบโต YoY มาจากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การลดลง QoQ เป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และลาว กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 180.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.9% YoY แต่ลดลง 71.3% QoQ โดยการเพิ่มขึ้น YoY มาจาก EBITDA ที่ดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่วนการลดลง QoQ เป็นผลจาก EBITDA ที่ลดลงตามฤดูกาล กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 154.7 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 651.1 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แต่ลดลง 78.6% QoQ ซึ่งส่วนต่างจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติมาจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวม 1,905.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 877.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โอกาส การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ: การรับรู้ Capacity Revenue ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกสำคัญ การดำเนินงานปกติของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว: การกลับมาดำเนินงานตามปกติหลังการปรับปรุงอุปกรณ์ในปีที่แล้ว และปริมาณน้ำที่มากขึ้นในช่วงฤดูฝน ช่วยหนุนรายได้ การขยายตัวของ Solar Rooftop ในไทย: การรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากโครงการ Solar Rooftop ขนาด 19.6 เมกะวัตต์ ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต การลงทุนในธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ: การปรับราคาค่าบริการและการเพิ่มปริมาณการใช้ท่อเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น UCO และ SAF ช่วยหนุนรายได้ การขายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton ในสหรัฐฯ: การได้รับเงินสดจำนวนมากจากการขายเงินลงทุนนี้จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ความเสี่ยง ความผันผวนตามฤดูกาล: ผลประกอบการจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซในสหรัฐฯ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมในลาว ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะการบันทึกกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ความไม่แน่นอนของตลาดไฟฟ้าในประเทศไทย: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนเชื้อเพลิงและเป้าหมายการลดคาร์บอน อาจส่งผลต่อโครงสร้างค่าไฟฟ้าในระยะยาว ความตึงตัวของกำลังการผลิตสำรองในตลาด PJM (สหรัฐฯ): แม้จะส่งผลดีต่อราคาพลังงานขายส่ง แต่ก็อาจจำกัดความยืดหยุ่นของระบบในช่วงที่เกิดสภาพอากาศรุนแรง ผลกระทบจากปรากฏการณ์ ENSO: ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการขายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton: การเสร็จสิ้นธุรกรรมจะส่งผลต่อกระแสเงินสดและโครงสร้างการลงทุนของบริษัท แนวโน้มราคาพลังงานและค่า Ft ในประเทศไทย: ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และลมในประเทศ ปริมาณน้ำและฤดูฝนใน สปป.ลาว: จะส่งผลต่อปริมาณการผลิตและรายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ: การรับรู้ Capacity Revenue และผลกระทบจากฤดูกาลจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อส่วนแบ่งกำไร การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: การชำระคืนหนี้และการบริหารโครงสร้างหนี้จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) กำลังการผลิตรวม: ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 กำลังการผลิตที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วอยู่ที่ 1,475.8 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 24.7% YoY โดยหลักมาจากการเริ่มดำเนินการของโรงไฟฟ้าพลังงานลมใน สปป.ลาว (Monsoon) และการเข้าซื้อกิจการโซลาร์รูฟท็อป สัดส่วนกำลังการผลิต: โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนสูงสุดที่ 58% รองลงมาคือโรงไฟฟ้าพลังงานลมและน้ำใน สปป.ลาว รวม 28% โครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา: มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวัน กำลังการผลิตรวมประมาณ 234.0 เมกะวัตต์ ราคาพลังงานขายส่งในตลาด PJM (สหรัฐฯ): ยังคงอยู่ในระดับสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น การลดลงของกำลังการผลิต และข้อจำกัดด้านระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากโรงไฟฟ้าก๊าซ ค่าไฟฟ้าฐานและค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในไทย: มีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในครึ่งปีหลัง 2569 โดยมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคานำเข้า LNG ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: 55,614 ล้านบาท ลดลง 3.4% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการชำระคืนหนี้ หนี้สินรวม: 26,402 ล้านบาท ลดลง 9.4% จากสิ้นปี 2568 จากการจ่ายคืนเงินกู้ก่อนกำหนด หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย: โครงสร้างเน้นความมั่นคงด้านสภาพคล่อง หนี้สินระยะยาวมากกว่า 5 ปี มีสัดส่วนสูงสุด 55.6% หนี้สินสกุลเงินบาทคิดเป็น 93.8% ของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด ส่วนของผู้ถือหุ้น: 29,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% จากสิ้นปี 2568 จากการรับรู้กำไรสำหรับงวด กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: 827.3 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกปี 2569 ลดลงจาก 945.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า กระแสเงินสดลงทุน: ใช้ไป 128.6 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 โดยมีเงินปันผลรับจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ แต่มีการลงทุนในบริษัทย่อยและสินทรัพย์เพิ่มเติม กระแสเงินสดจัดหาเงิน: ใช้ไป 4,472.5 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2569 จากการชำระคืนหนี้กู้ยืมและจ่ายปันผล สรุปท้าย BCPG ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ YoY จากการไม่มีรายการพิเศษที่รุนแรงเหมือนปีก่อนหน้า และการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แม้ว่าผลประกอบการจะยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลในแต่ละไตรมาส การขายเงินลงทุนในโครงการ Hamilton จะเป็นปัจจัยสำคัญที่เสริมสภาพคล่องในอนาคต ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการติดตามแนวโน้มตลาดพลังงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว