2026-08-04T19:12:58+00:00 iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TU โชว์กำไรแกร่งเกินคาด โบรกฯ เชียร์ซื้ออัปเป้าใหม่ 15.50 บาท ผลงานไตรมาส 2/2569 โดดเด่นเกินคาด บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,264 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติจะอยู่ที่ 1,233 ล้านบาท ซึ่งถือว่า เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนและดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 8-10% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากธุรกิจอาหารทะเลกระป๋องที่มียอดขายเติบโตทั้งในด้านปริมาณและราคาขาย ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่พุ่งสูงถึง 21.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกที่มีประสิทธิภาพ มุมมองโบรกเกอร์และการวิเคราะห์ ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) ได้ออกบทวิเคราะห์คงคำแนะนำ "Buy" โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2570 ขึ้นเป็น 15.50 บาท (จากเดิม 14.20 บาท) โดยใช้วิธีคิดอิงค่า PER ที่ 10 เท่า ทั้งนี้ KSS มองว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 มีแนวโน้มสดใสกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season ของการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และยุโรป รวมถึงแนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่าลงซึ่งเป็น ผลบวกโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออก ที่มีสัดส่วนสูงถึง 90% ของยอดขายรวม ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลประกอบการจะออกมาดี แต่มีข้อสังเกตในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15% จากค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 ขึ้นเป็น 4-6% พร้อมปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ลงเหลือ 5.0-5.5 พันล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง นอกจากนี้ TU ยังประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.40 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น Yield ประมาณ 3.1%) โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 ส.ค. 2569 สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวม TU ยังคงเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม แม้จะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาทูน่า แต่ด้วยกลยุทธ์การปรับราคาขายและการเน้นสินค้ากลุ่ม Premium ทำให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ นักลงทุนที่สนใจสามารถพิจารณาเข้าลงทุนเพื่อรับเงินปันผลและรอรับการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2569-2570