Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CHG บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) กำไร Q2/69 โต YoY รับแรงหนุนรายได้ภาครัฐ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ประเมินผลการดำเนินงานของ บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ในไตรมาส 2/2569 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 224 ล้านบาท เติบโต 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้จะปรับตัวลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามปัจจัยฤดูกาลในช่วง Low season ของธุรกิจโรงพยาบาล วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2569 คาดว่าบริษัทจะมีรายได้รวมประมาณ 2.05 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยได้รับปัจจัยบวกจากรายได้ประกันสังคม (SSO) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8% YoY และรายได้จาก สปสช. (NHSO) ที่เติบโตโดดเด่นถึง 19% YoY จากจำนวนผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ผู้ป่วยทั่วไปที่ยังทรงตัวได้เป็นอย่างดี สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะอยู่ที่ 28% เพิ่มขึ้นจาก 27% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการลงทุนเพิ่มศักยภาพการรักษาโรคซับซ้อน ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์จาก LHS มองว่ากำไรในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 จะอยู่ที่ 472 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของประมาณการกำไรทั้งปี โดยแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High season ที่มีผู้ป่วยโรคตามฤดูกาลเพิ่มขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกในระยะสั้นไปพอสมควรแล้ว จึงแนะนำให้ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" โดยกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 1.91 บาท ด้วยวิธี DCF สรุปภาพรวม CHG ยังคงมีความแข็งแกร่งจากรายได้โครงการภาครัฐที่เติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านนโยบาย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และภาวะเศรษฐกิจที่อาจกดดันกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงความเสี่ยงจากการลงทุนในโรงพยาบาลแห่งใหม่ ทั้งนี้ การประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ P/E ประมาณ 18 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาหุ้นมีการย่อตัวลงมา