Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ไทยยูเนี่ยนโชว์ฟอร์มแกร่งปรับเป้าปี 2569 รับอานิสงส์ยอดขายพุ่งและกลยุทธ์ลดต้นทุน

สรุปภาพรวมและไฮไลท์สำคัญ บล.บัวหลวง เผยผลการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดของไทยยูเนี่ยน (TU) โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H26) เนื่องจากความต้องการสินค้าในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทยังประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) ซึ่งมียอดขายเติบโตโดดเด่นถึง 4% YoY และ 12% QoQ ในไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทมีความมั่นใจในการปรับเพิ่มเป้าหมายการดำเนินงานตลอดทั้งปีขึ้น เจาะลึกกลยุทธ์การเติบโตและเป้าหมายทางการเงิน บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายปี 2569 ขึ้นเป็นเติบโต 4-6% (จากเดิม 3-4%) โดยในช่วงครึ่งปีแรก (1H26) ทำได้แล้วที่ 4.3% ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้ปรับเป้าหมายขึ้นเป็น 19.5-20.5% (จากเดิม 19-20%) ซึ่งสอดคล้องกับผลงานใน 1H26 ที่ทำได้ 19.8% นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อย่างเข้มข้น โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ประมาณ 200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4% ของกำไร ซึ่งเป็น ปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนความสามารถในการทำกำไรให้สูงขึ้น ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่าสิ่งที่น่าจับตามองในช่วง 2H26 คือการเติบโตของยอดขายที่ต่อเนื่อง รวมถึงอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งเป็น ผลดีต่อรายได้จากการส่งออก ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักยังคงทรงตัวจากช่วงครึ่งปีแรก ทั้งนี้ กลยุทธ์การลดค่าใช้จ่ายที่บริษัทดำเนินการอยู่นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ปรับขึ้นใหม่ แม้จะมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ไทยยูเนี่ยนยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างดีเยี่ยม บทสรุปและการลงทุน จากความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนและการเติบโตของกลุ่มสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง ทำให้ บล.บัวหลวง มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น TU มากขึ้น โดยแนะนำให้ติดตามการเติบโตของยอดขายและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้ การปรับเป้าหมายทางการเงินขึ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทที่สามารถทำกำไรได้ดีกว่าคาดการณ์เดิม โดยนักลงทุนควรจับตาดูว่ากลยุทธ์การลดค่าใช้จ่ายจะสามารถสร้าง ผลตอบแทนที่โดดเด่นให้กับผู้ถือหุ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่