Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ไทยยูเนี่ยนโชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2/69 กำไรทะลุเป้า โบรกฯ คงคำแนะนำซื้อ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.26 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยตัวเลขดังกล่าว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 13% ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากกำไรที่เกี่ยวข้องกับการคืนเงิน (refund) แม้ว่ากำไรจะลดลงเล็กน้อย 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าก็ตาม เจาะลึกผลประกอบการ โบรกเกอร์ FSSIA วิเคราะห์ว่า รายได้รวมของ TU เติบโตขึ้น 5.6% จากไตรมาสก่อน และ 1.4% จากปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจ Ambient (+11.3% q-q) และกลุ่มอาหารแช่แข็ง (+6.1% q-q) ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่อ่อนตัวลงได้สำเร็จ สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ 21.4% จาก 18.2% ในไตรมาสแรก โดยได้รับอานิสงส์จากต้นทุนปลาทูน่าที่ต่ำลงและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 เป็น 4-6% และปรับเพิ่มเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 19.5-20.5% ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์จาก FSSIA ให้คำแนะนำ "ซื้อ" โดยคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 14.20 บาท พร้อมให้มุมมองว่าผลประกอบการไตรมาส 3/69 มีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากปัจจัยฤดูกาลและการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาต้นทุนปลาทูน่าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการสิ้นสุดของผลบวกจากการคืนเงิน (refund) ที่จะไม่มีเข้ามาอีกในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งปีแรกที่ 0.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ประมาณ 3.3% โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สรุปภาพรวม โดยรวมแล้ว TU ยังคงมีความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการต้นทุนและยอดขาย แม้จะมีปัจจัยกดดันด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่ง และอัตราภาษีที่สูงขึ้น แต่ด้วยการปรับเป้าหมายธุรกิจเชิงบวกและการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ทำให้นักวิเคราะห์ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของบริษัท โดยราคาเป้าหมายที่ 14.20 บาท มีอัพไซด์ (Upside) จากราคาปิดล่าสุดถึง 16.4%