2026-08-03T19:27:04+00:00 fin GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) GLOBAL กำไร Q2/2569 พุ่ง 82% รับแรงหนุนกำไรขั้นต้นโต-บริหารต้นทุนดี กำไรสุทธิโตเด่น 82.46% YoY หลังคุมต้นทุนและบริหารสินค้า House Brand ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 946.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 82.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ GLOBAL ในไตรมาส 2 ปี 2569 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 82.46% (YoY) มาจาก การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.59% เพิ่มขึ้น 6.17% (YoY) สำหรับไตรมาส 2 และ 29.04% เพิ่มขึ้น 3.76% (YoY) สำหรับงวด 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 427.93 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 608.51 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรก 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น มาจากนโยบายการบริหารจัดการสินค้าของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการขาย สินค้า House Brand ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า และการบริหารจัดการต้นทุนการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมก็ทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการบริหารค่าใช้จ่ายต่อสาขาที่ลดลง 5.03% ในไตรมาส 2 และ 6.47% ในงวด 6 เดือนแรก แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นก็ตาม รวมถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง จากนโยบายการบริหารจัดการสินค้าที่มุ่งเน้นสินค้า House Brand และการบริหารต้นทุนการจัดซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่อสาขาที่ทำได้ดีขึ้น สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิรวม Q2/2569 พุ่ง 82.46% YoY แตะ 946.88 ล้านบาท และ งวด 6 เดือนแรกโต 53.55% YoY แตะ 1,744.95 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ 31.59% ใน Q2/2569 (เพิ่มขึ้น 6.17% YoY) และ 29.04% ในงวด 6 เดือนแรก (เพิ่มขึ้น 3.76% YoY) รายได้จากการขาย Q2/2569 ทรงตัว แต่ งวด 6 เดือนแรกเติบโต 1.23% YoY โดยได้แรงหนุนจากยอดขายสินค้า House Brand ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเฉลี่ยต่อสาขาปรับลดลง สะท้อนประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุน ต้นทุนทางการเงินลดลง 49.61% ใน Q2/2569 จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและชำระคืนเงินกู้ยืม หนี้สินรวมลดลง 13.29% ณ สิ้น Q2/2569 ส่งผลให้ D/E Ratio อยู่ที่ 0.48 เท่า ซึ่งแข็งแกร่ง ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 GLOBAL มีกำไรสุทธิรวม 946.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.59% เพิ่มขึ้นจาก 6.34% ในปีก่อน ขณะที่งวดหกเดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิรวม 1,744.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.41% เพิ่มขึ้นจาก 6.86% ในปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายในไตรมาส 2 จะลดลงเล็กน้อย 0.15% แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น โอกาส การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 เปิดเพิ่ม 2 สาขา ทำให้มีสาขารวม 99 แห่งในประเทศ และ 2 แห่งในกัมพูชา ช่วยเพิ่มความครอบคลุมและศักยภาพในการให้บริการ การส่งเสริมการขายสินค้า House Brand ซึ่งมีอัตรากำไรสูง และการบริหารต้นทุนการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่อสาขาที่ทำได้ดีขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน โครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วย D/E Ratio ที่ลดลง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการรองรับการลงทุนและขยายธุรกิจในอนาคต ความเสี่ยง รายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ลดลงเล็กน้อย 0.15% อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาว่าจะเป็นแนวโน้มต่อเนื่องหรือไม่ รายได้อื่น ซึ่งไม่รวมกำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ลดลง 4.34% ในงวด 6 เดือนแรก เนื่องจากรายได้ส่งเสริมการขายจากคู่ค้าลดลง การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายสาขา อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าเสื่อมราคาในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะยอดขายสินค้า House Brand ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น ผลกระทบจากการเปิดสาขาใหม่ต่อรายได้และกำไรในระยะสั้นและระยะยาว การเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขาย รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการขาย: แม้รายได้จากการขายในไตรมาส 2 จะทรงตัว แต่สำหรับงวด 6 เดือนแรกเติบโต 1.23% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายสินค้า House Brand ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มอัตรากำไร อัตรากำไรขั้นต้น: มีการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการบริหารจัดการสินค้า (Product Mix) ที่เน้นสินค้ากำไรสูง และการบริหารต้นทุนการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร: แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เมื่อคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อสาขา กลับลดลง สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการขยายสาขา จำนวนสาขา: มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 เปิดเพิ่ม 2 สาขา ทำให้มีสาขารวม 99 แห่งในประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่ม Capacity ในการให้บริการ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ลดลง 3.61% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวม: ลดลง 13.29% จากสิ้นปี 2568 โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ D/E Ratio อยู่ที่ 0.48 เท่า ซึ่งถือว่าแข็งแกร่ง ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 1.80% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสภาพคล่องและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน: ใช้ไปลดลงจากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายสาขา กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน: ใช้ไปส่วนใหญ่เป็นการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น สภาพคล่อง: Current Ratio อยู่ที่ 1.42 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสม แสดงถึงความสามารถในการรองรับภาระหนี้สินระยะสั้น สรุปท้าย GLOBAL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 82.46% YoY เป็นผลมาจากการบริหารจัดการสินค้า House Brand ที่มีกำไรสูง ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ แม้รายได้จากการขายจะทรงตัว แต่การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นและการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่สำคัญ โครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งและการบริหารสภาพคล่องที่ดี ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มรายได้จากการขายและผลกระทบจากการเปิดสาขาใหม่ในระยะต่อไป