Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BANPU บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

BANPU เริ่มต้นยุคใหม่หลังควบรวมกิจการ พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล

ไฮไลท์สำคัญ: การควบรวมกิจการสู่บริษัทเดียว วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของ BANPU ที่จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใต้โครงสร้างใหม่หลังการควบรวมกิจการกับ BPP เสร็จสิ้น โดยยังคงใช้ชื่อย่อ BANPU มีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 4,049.62 ล้านหุ้น (Par 10 บาท) ทั้งนี้ คณะกรรมการได้เสนอจ่าย เงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.40 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 ก.ย. และจ่ายเงินวันที่ 25 ก.ย. 2569) พร้อมแผนออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 8 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต มุมมองนักวิเคราะห์: โบรกเกอร์เอเซียพลัส (ASPS) ให้ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ BANPU หลังควบรวมไว้ที่ 14.50 บาท โดยมองว่าการรวมธุรกิจจะช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กร เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและจัดสรรเงินลงทุน สำหรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569–70 คาดว่าจะเติบโตขึ้นราว 19–22% จากประมาณการเดิม มาอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท และ 4.7 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยมีปัจจัยบวกจากรายการส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (NCI) ที่ลดลง ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.8 เท่า ข้อสังเกต: การปรับตัวสู่ธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต โครงสร้างธุรกิจใหม่ของ BANPU จะขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ 1. Next-Gen Mining (เหมืองถ่านหิน) 2. U.S. Closed-loop Gas (ก๊าซธรรมชาติและ CCUS) 3. Power Plus (ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน) และ 4. Future Tech (Data Center, ESS) ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างชัดเจน ทั้งนี้ในระยะสั้น ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น (QoQ) จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สรุป: โอกาสการลงทุนและจังหวะเข้าซื้อ นักวิเคราะห์มองว่าการควบรวมครั้งนี้เป็นผลดีต่อบริษัทในระยะยาวจากการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจโรงไฟฟ้า สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถหาจังหวะเข้าเทรดดิ้งระยะสั้นในช่วงที่ราคาหุ้นปรับฐาน เพื่อรับผลตอบแทนจากเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.4 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 2.8% (อิงราคาเป้าหมาย 14.50 บาท) ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมหุ้นในโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น