Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

GPSC โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 กำไรฟื้นตัวชัดเจนจากโรงไฟฟ้า GHECO1

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น GPSC โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 60.00 บาท แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมองว่าผลประกอบการปี 2569 จะสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจได้อย่างชัดเจน พร้อมแนะนำกลยุทธ์ "ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว" ที่ระดับ 52 บาท +/- วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 18.3% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และเพิ่มขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการกลับมาเดินเครื่องเต็มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า GHECO1 รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Avaada ในอินเดีย ที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลและการเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการใหม่ ทั้งนี้ กำไรปกติในช่วงครึ่งปีแรก (1H26) คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งมีโอกาสที่ตัวเลขกำไรปี 2569 จะถูกปรับเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 5% ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุน ในไตรมาส 4/2569 บริษัทมีแนวโน้มรักษาระดับกำไรได้ดีต่อเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง และคาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในไต้หวันราว 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในบางช่วง แต่ด้วยประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าจะช่วยลดทอนผลกระทบดังกล่าวได้ นอกจากนี้ GPSC ยังถือเป็นหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวมปี 2569 ถือเป็นปีที่ GPSC พิสูจน์ความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากการปิดปรับปรุงโรงไฟฟ้าในไตรมาส 1 และราคาก๊าซที่ผันผวน แต่บริษัทก็ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง สำหรับนักลงทุนที่สนใจ แนะนำให้รอจังหวะเข้าสะสมเมื่อราคาหุ้นย่อตัวลงมาที่บริเวณ 52 บาท +/- เพื่อรอรับการเติบโตในระยะยาวตามแผนการขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573