Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CRC บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ราคาหุ้น CRC พุ่งแรงสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้ว โบรกฯ ปรับลดคำแนะนำเป็นถือ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ถูกโบรกเกอร์ FSSIA ปรับลดคำแนะนำการลงทุนจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" (HOLD) โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 27.00 บาทต่อหุ้น หลังจากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 49% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าราคาปัจจุบันได้สะท้อนความคาดหวังต่อผลประกอบการในปีนี้ไปมากแล้ว วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้ม สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 คาดว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ 1,353 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง 43.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 4.5% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งแฟชั่น อาหาร และสินค้าฮาร์ดไลน์ อย่างไรก็ตาม หากรวมผลกระทบจากการหยุดดำเนินงานของ Rinascente ในปีก่อน กำไรสุทธิในไตรมาสนี้จะอยู่ในระดับทรงตัว ทั้งนี้ FSSIA ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2568 ขึ้น 5-7% เพื่อสะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งและการขยายสาขาเชิงรุกในเวียดนาม ข้อสังเกตจากการวิเคราะห์ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ CRC จะมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและอยู่ในช่วงขยายตัว โดยเฉพาะธุรกิจ Go! ในเวียดนามและ Go Wholesale แต่ปัจจุบันหุ้นซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E ปี 2569 สูงถึง 18.7 เท่า ซึ่งถือเป็นพรีเมียมประมาณ 20% เมื่อเทียบกับกลุ่มค้าปลีกในประเทศและภูมิภาค นอกจากนี้ สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Debt/Equity) มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจาก 139.8% ในปี 2565 เหลือ 83.6% ในปี 2571 ซึ่งสะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่บริหารจัดการได้ดีขึ้น แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามาก ทำให้ Upside ส่วนเพิ่มจากราคาเป้าหมายที่ 27 บาทเริ่มจำกัด ส่วนสรุป กลยุทธ์การลงทุนสำหรับ CRC ในขณะนี้คือการ "Let Profit Run" หรือพิจารณาขายทำกำไรบางส่วน เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาสะท้อนความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรไปมากแล้ว โดย FSSIA ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี DCF (WACC 7.2%, Terminal Growth 2%) ได้ราคาเป้าหมายที่ 27 บาท ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านกำลังซื้อในประเทศ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในไทยและเวียดนามอย่างใกล้ชิด