Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTG บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

PTG พลิกฟื้นกำไรไตรมาส 2 รับอานิสงส์บริหารต้นทุนน้ำมันมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมผลประกอบการและการเติบโต สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินว่าผลการดำเนินงานของ PTG ในไตรมาส 2/2569 จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 90.2 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 205.4 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากธุรกิจน้ำมันที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.77 บาท จาก 1.29 บาทในไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าปริมาณการขายน้ำมันโดยรวมจะลดลง 17.6% จากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 1.4 พันล้านลิตรก็ตาม ทั้งนี้ ในส่วนของธุรกิจ Non-Oil คาดว่ากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย 2.0% ตามทิศทางยอดขายที่ลดลง การปรับประมาณการและมุมมองการลงทุน ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ลง 38.2% และ 11.2% ตามลำดับ เพื่อให้สะท้อนปริมาณขายน้ำมันที่ต่ำกว่าคาดการณ์เดิม โดยปรับลดเป้าหมายปริมาณขายเฉลี่ยปีละ 7.7% พร้อมปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บล.เอเซียพลัส เชื่อมั่นว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2569 จึงได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น "ซื้อ" โดยกำหนดราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2570 ไว้ที่ 9.60 บาทต่อหุ้น พร้อมแนะนำให้ทยอยสะสมเพื่อลงทุนระยะยาวรับการฟื้นตัวของกำไรในระยะถัดไป ข้อสังเกตและปัจจัยความเสี่ยง แม้ภาพรวมกำไรจะเริ่มฟื้นตัว แต่บริษัทฯ ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ 1. การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจน้ำมันซึ่งต้องเร่งขยายฐานลูกค้า 2. ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่กระทบต่อมูลค่าสินค้าคงคลังและฐานะทางการเงิน 3. ความท้าทายในการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และ 4. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม PTG ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ในระดับ AAA ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีธรรมาภิบาลที่ดี สรุปสถานะทางการเงินและแนวโน้ม สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ตามปริมาณการขายทั้งธุรกิจน้ำมันและ Non-Oil ที่ทยอยฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 2/2569 โดยในเชิงเทคนิคราคาหุ้นมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยมีแนวรับอยู่ที่ 7.00 – 7.20 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 8.00 – 8.90 บาท ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการขายอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินจังหวะการเข้าลงทุนที่เหมาะสม