Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ITC บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ITC โชว์กำไร Q2/26 แกร่งเกินคาด พร้อมปรับเป้ารายได้ปีนี้โตแรง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 844 ล้านบาท เติบโต 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากการรับรู้รายได้ภาษีคืนจากสหรัฐฯ กว่า 130 ล้านบาท ส่งผลให้ตัวเลขกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 18% ทั้งนี้ โบรกเกอร์ PI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 19.9 บาท อิงค่า PER ปี 2569 ที่ 18 เท่า เจาะลึกผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ ในไตรมาส 2/2569 ITC มีรายได้รวม 4,530 ล้านบาท โดยตลาดสหรัฐฯ เติบโตโดดเด่นถึง 14% YoY จากกลุ่มสินค้า Pet treat และตลาดยุโรปขยายตัว 8% จากการเพิ่มลูกค้าใหม่ 7 ราย อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการภาษีคืน กำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 24% ลดลงจาก 25% ในปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2569 ขึ้นเป็น 14-17% (จากเดิม 8-11%) สะท้อนความมั่นใจในการปรับราคาขายเพื่อรับมือต้นทุน และการออกสินค้าใหม่ในครึ่งปีหลัง ข้อสังเกตจากการวิเคราะห์ จุดที่น่าสนใจคือความคืบหน้าด้านการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) ซึ่งนอกจากแผนการเข้าซื้อกิจการในจีนที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้แล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าซื้อกิจการในสหรัฐฯ เพิ่มอีก 1 แห่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต แม้ปัจจุบันนักวิเคราะห์จะยังไม่ได้รวมดีลดังกล่าวไว้ในประมาณการก็ตาม นอกจากนี้ ITC ยังมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกที่ 0.55 บาทต่อหุ้น (XD วันที่ 11 ส.ค. 2569) สรุปภาพรวมการลงทุน ด้วยแนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากการปรับราคาขายและสินค้าใหม่ที่ทยอยออกสู่ตลาด โบรกเกอร์ PI จึงได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีขึ้นเล็กน้อยเป็น 3,325 ล้านบาท โดยมองว่า ITC เป็นหุ้นที่มีปัจจัยบวกสนับสนุนชัดเจน ทั้งจากการขยายฐานลูกค้าและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมคาดการณ์ Upside ของราคาหุ้นที่ประมาณ 14% จากราคาปัจจุบัน