Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KKP ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

KKP โชว์ฟอร์มแกร่งรายได้ค่าธรรมเนียมพุ่ง หนุนกำไรโตเด่นรับปี 69

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) หรือ PST ออกบทวิเคราะห์ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) โดยประเมินว่า KKP จะเป็นธนาคารที่มีการเติบโตของกำไรมากที่สุดในปี 2569 พร้อมคงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ” ที่ราคาพื้นฐาน 114 บาท แม้จะมีส่วนต่างราคาไม่มาก แต่โดดเด่นด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจ เจาะลึกปัจจัยหนุนรายได้และคุณภาพสินทรัพย์ ผลการดำเนินงานของ KKP ได้รับแรงหนุนสำคัญจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนที่บล.ภัทรครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ซึ่งสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจาก 21.8% ในปี 2568 มาอยู่ที่ 25.0% ในไตรมาส 2/2569 ตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ สินเชื่อลอมบาร์ด (Lombard Loan) ยังเติบโตโดดเด่นถึง 97.9% (YTD) ในไตรมาส 2/2569 ส่งผลบวกต่อพอร์ตสินเชื่อรวมให้ขยายตัว 3.1% (YTD) ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ KKP สามารถลด NPL ลงเหลือ 3.6% ในไตรมาส 2/2569 จาก 4.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และการตัดหนี้สูญ ประกอบกับดัชนีราคารถยนต์มือสองที่ปรับตัวดีขึ้น ช่วยลดผลขาดทุนจากการขายรถยึดลงจาก 331 ล้านบาทในไตรมาส 1/2569 เหลือ 283 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 ข้อสังเกตและประมาณการทางการเงิน นักวิเคราะห์คงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 7,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน (y-y) โดยคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลที่ 6.90 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 6.1% สำหรับวิธีประเมินมูลค่าหุ้น PST ใช้เกณฑ์ P/B ปี 2570 ที่ระดับ 1.4 เท่า ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของธนาคารอย่างใกล้ชิด บทสรุปการลงทุน KKP ถือเป็นหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มธนาคารด้วยความสามารถในการสร้างรายได้ที่แข็งแกร่งและการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะเข้าใกล้ราคาพื้นฐานที่ 114 บาท แต่ด้วยปัจจัยบวกจากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุนและสินเชื่อลอมบาร์ด รวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จูงใจ ทำให้คำแนะนำ “ทยอยซื้อ” ยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตควบคู่ไปกับผลตอบแทนที่มั่นคง