Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TTB ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

TTB กำไร Q2/26 แกร่งเกินคาด โบรกฯ แนะกลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร

ผลดำเนินงานไตรมาส 2/26 โดดเด่น บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) รายงานผลประกอบการของ TTB ในไตรมาส 2/26 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,513 ล้านบาท เติบโต 10.2% YoY และ 6.6% QoQ ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 6.8% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวได้ดี รวมถึงการได้รับเงินปันผลเข้ามาช่วยเสริม ในขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เริ่มทรงตัวได้ที่ระดับ 3% จากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและการลดฐานเงินฝากประจำที่มีต้นทุนสูงลง วิเคราะห์เจาะลึกสถานะการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ แม้กำไรจะเติบโต แต่ธนาคารยังคงเน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม โดยมีการตั้งสำรองส่วนเกินเพิ่มขึ้น 1,117 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อ ส่งผลให้ Credit Cost ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินทรัพย์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยสัดส่วนลูกหนี้ Stage 2 ลดลงเหลือ 8.4% จาก 8.8% ในไตรมาสก่อนหน้า และมีการเพิ่ม Coverage Ratio ขึ้นเป็น 157% เพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ หยวนต้าคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2026 ไว้ที่ 20,727 ล้านบาท เติบโต 0.4% YoY ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน หยวนต้าให้คำแนะนำเพียง "TRADING" โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่ปี 2027 ขึ้นเป็น 2.76 บาท (จากเดิม 2.40 บาท) เนื่องจากราคาหุ้นในปัจจุบันได้ปรับตัวขึ้นตอบรับผลประกอบการไปมากแล้วจนไม่มี Upside เหลืออยู่ อีกทั้งราคาหุ้นยังเร่งตัวขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการทำกำไร (ROE) ที่บริษัททำได้จริง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าจับตาคือโอกาสที่ TTB อาจปรับแผนการคืนทุน (Capital Return) จากการซื้อหุ้นคืนเป็นการจ่ายเงินปันผลพิเศษหรือเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลแทน เพื่อตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นในภาวะที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น สรุปภาพรวมและกลยุทธ์ ในเชิงกลยุทธ์ นักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนควรพิจารณาททยอยขายทำกำไร เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Div. Yield) ในปี 2026 มีแนวโน้มลดลงเหลือประมาณ 4.6% สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 คาดว่าจะทรงตัวทั้ง YoY และ HoH เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอาจชะลอตัวลงจากฐานที่สูงในครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองที่ลดลงจะเป็นปัจจัยช่วยพยุงกำไรสุทธิให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้