2026-07-26T12:07:38+00:00 fin UBA บริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนส อัลลายแอนซ์ จำกัด (มหาชน) UBA กำไรสุทธิ Q2/2566 โต 5.48% รับรายได้จากการบริหารจัดการน้ำหนุน รายได้รวมลดลงแต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เหตุบริหารต้นทุนดีขึ้น ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นขยับขึ้นเล็กน้อย บริษัท ยูทิลิตี้ บิสิเนส อัลลายแอนซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ UBA รายงานผลประกอบการสำหรับงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีกำไรสุทธิ 32.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ UBA ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโตขึ้น 5.48% มาอยู่ที่ 32.52 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 63.34% มาอยู่ที่ 263.84 ล้านบาทนั้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนจากการดำเนินงานที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้รวมที่ลดลงนั้นมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ที่ลดลงถึง 93.17% มาอยู่ที่ 1.62 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบงานโครงการก่อสร้างที่แล้วเสร็จไปในปีที่ผ่านมา ประกอบกับโครงการใหม่ที่กำลังดำเนินการอยู่มีมูลค่าไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนจากการดำเนินงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนจากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ที่ลดลงอย่างมาก ทำให้แม้รายได้รวมจะลดลง แต่กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของรายได้จากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ เป็นผลมาจากลักษณะโครงการที่แล้วเสร็จในปีที่ผ่านมา และโครงการใหม่ที่ยังไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งอาจเป็นลักษณะของธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับโครงการเป็นหลัก ทำให้รายได้ในส่วนนี้มีความผันผวนและอาจไม่ต่อเนื่องในลักษณะเดิม อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะต่อไปได้ แต่ต้องติดตามการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต Highlight สำคัญ กำไรสุทธิเติบโต: กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 32.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.48% YoY รายได้รวมลดลง: รายได้รวมอยู่ที่ 263.84 ล้านบาท ลดลง 63.34% YoY รายได้หลักจากการบริหารจัดการน้ำ: รายได้จากการบริหารจัดการระบบและบำรุงรักษาระบบครบวงจร (IOM) คิดเป็น 97.88% ของรายได้รวม ต้นทุนลดลง: ต้นทุนจากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น: ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 565.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.89% YoY จากกำไรสุทธิ ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 UBA มีรายได้รวม 263.84 ล้านบาท ลดลง 63.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากการบริหารจัดการระบบและบำรุงรักษาระบบครบวงจร (IOM) คิดเป็น 97.88% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 32.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.48% YoY โอกาส การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยรักษาอัตรากำไร การมีรายได้หลักจากธุรกิจ IOM ซึ่งอาจมีความสม่ำเสมอในระดับหนึ่ง ความเสี่ยง ความผันผวนของรายได้จากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ ขึ้นอยู่กับโครงการที่ได้รับ การพึ่งพารายได้จากธุรกิจ IOM เป็นหลัก อาจมีความเสี่ยงหากมีการแข่งขันสูงขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจบริหารจัดการระบบน้ำ การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสาธารณูปโภค รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้: รายได้รวม 263.84 ล้านบาท ลดลง 63.34% YoY โดยรายได้จากการบริหารจัดการระบบและบำรุงรักษาระบบครบวงจร (IOM) ยังคงเป็นสัดส่วนหลักที่ 97.88% ของรายได้รวม ส่วนรายได้จากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ลดลงอย่างมาก อัตรากำไร: แม้รายได้รวมลดลง แต่การบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ ต้นทุน: ต้นทุนจากการดำเนินงานและจัดหาอุปกรณ์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 668.88 ล้านบาท ลดลง 17.10% YoY โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงลูกหนี้การค้าลดลง ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 103.19 ล้านบาท ลดลง 58.08% YoY จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 565.69 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.89% YoY สรุปท้าย UBA สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ในไตรมาส 2 ปี 2566 แม้รายได้รวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของรายได้จากโครงการและการพึ่งพารายได้หลักจากธุรกิจ IOM ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในอนาคต ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของหนี้สิน