Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin UPOIC บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

UPOIC กำไรสุทธิหด 73.6% ใน Q2/2566 รับราคาปาล์มดิบ-เมล็ดในปาล์มดิ่ง

รายได้และกำไรสุทธิลดลงแรงตามราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสู่ภาวะปกติ ฝ่ายจัดการชี้ฤดูกาลผลิตส่งผลกระทบต่อปริมาณ บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UPOIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 317.8 ล้านบาท ลดลง 52.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 25.4 ล้านบาท ลดลงถึง 73.6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ UPOIC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงอย่างมาก ทั้งน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์ม ประกอบกับ ปริมาณการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากฤดูกาลผลิต ทำให้รายได้จากการขายและกำไรสุทธิลดลงอย่างชัดเจน โดยกำไรสุทธิหลังหักภาษีลดลงถึง 73.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก ราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบลดลง 43.2% และเมล็ดในปาล์มลดลง 55.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ที่ราคาได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตยังได้รับผลกระทบจากฤดูกาลผลิตตามปกติ โดยผลผลิตปาล์มสดออกมากในช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี แต่ในปีนี้ผลผลิตปาล์มสดออกมาช้ากว่าปกติ ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของบริษัทในไตรมาส 2 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว โดยฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาขายได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับตัวลงของราคาอาจเป็นไปเพื่อเข้าสู่ระดับสมดุลของตลาด อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากฤดูกาลผลิตนั้นเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นปกติในอุตสาหกรรมนี้ แต่ความล่าช้าของผลผลิตในปีนี้ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตในไตรมาส 2 ซึ่งต้องติดตามว่าฤดูกาลผลิตในปีถัดไปจะเป็นอย่างไร Highlight สำคัญ รายได้จากการขายลดลง 52.0% อยู่ที่ 317.8 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบลดลง 43.2% และเมล็ดในปาล์มลดลง 55.3% กำไรสุทธิหลังหักภาษีลดลง 73.6% อยู่ที่ 25.4 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลง 0.2% อยู่ที่ 255.2 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาและปริมาณขายที่ลดลง ขาดทุนจากการตีราคาในมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับของสินค้าคงเหลือ จำนวน 40.5 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 11.8 ล้านบาทในปีก่อน) ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลผลิตปาล์มสดออกล่าช้ากว่าปกติ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายรวม 317.8 ล้านบาท ลดลง 52.0% เมื่อเทียบกับ 344.8 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 255.2 ล้านบาท ลดลง 0.2% จาก 257.2 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรวมรายการขาดทุนจากการตีราคาในมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับของสินค้าคงเหลือจำนวน 40.5 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 11.8 ล้านบาทในปีก่อน) ทำให้กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 25.4 ล้านบาท ลดลง 73.6% จาก 96.3 ล้านบาทในปีก่อน โอกาส การเข้าสู่ภาวะปกติของราคาขายสินค้าเกษตร อาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการวางแผนการผลิตและการบริหารต้นทุนในระยะยาว การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: แม้ราคาจะเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ราคาในตลาดโลกยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคต ผลกระทบจากฤดูกาลผลิต: ปริมาณผลผลิตที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสภาพอากาศ อาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตและต้นทุนในแต่ละช่วงเวลา การตีราคาในมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับของสินค้าคงเหลือ: การบันทึกผลขาดทุนในรายการนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคาขายน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์มในไตรมาสถัดไป ปริมาณผลผลิตปาล์มสดและผลกระทบต่อปริมาณการผลิตของบริษัท การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขาย การเปลี่ยนแปลงของนโยบายหรือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ราคาวัตถุดิบและสินค้า: ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบลดลง 43.2% และเมล็ดในปาล์มลดลง 55.3% เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้และกำไรของบริษัท การที่ราคาเข้าสู่ภาวะปกติบ่งชี้ว่าการปรับตัวลงอาจสิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังต้องจับตาความผันผวนของตลาดโลก Volume การขายและผลิต: ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลผลิตปาล์มสดออกล่าช้ากว่าปกติ ซึ่งเป็นผลกระทบจากฤดูกาลผลิตตามธรรมชาติ GPM (อัตรากำไรขั้นต้น): แม้ต้นทุนขายจะลดลง แต่การลดลงของราคาขายส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ช่องทางขาย/ส่งออก: เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทางขายหรือการส่งออกโดยเฉพาะ สต็อก: มีการบันทึกผลขาดทุนจากการตีราคาในมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับของสินค้าคงเหลือจำนวน 40.5 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง ฤดูกาลผลิต: เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตในไตรมาส 2 ปี 2566 เนื่องจากผลผลิตปาล์มสดออกล่าช้ากว่าปกติ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท สรุปท้าย UPOIC เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 จากราคาขายวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลงสู่ภาวะปกติ ประกอบกับปริมาณการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากฤดูกาลผลิต แม้ต้นทุนการผลิตจะลดลงตามไปด้วย แต่การลดลงของรายได้ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าสู่ภาวะปกติของราคาเป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาว แต่ความผันผวนของตลาดและผลกระทบจากฤดูกาลผลิตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด