2026-07-26T10:56:50+00:00 fin TWPC บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) TWPC Q2/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง กดดัน GPM รายได้และกำไรสุทธิลดลง YoY ชี้ต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขาย ขณะธุรกิจอาหารยังเติบโตได้ดี บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 2,469 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นขาดทุน 46 ล้านบาท พลิกจากที่เคยมีกำไร 46 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมาก Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ TWPC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขาย โดยเฉพาะในธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native & HVA) และธุรกิจอาหาร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมของบริษัทลดลงจาก 18% ใน Q2/2565 เหลือเพียง 12% ใน Q2/2566 และทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 46 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 46 ล้านบาทในปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักมาจาก การขาดตลาดของวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ปริมาณการผลิตและขายสินค้าจากมันสำปะหลังลดลง แต่ยังส่งผลให้ราคาต้นทุนหัวมันสำปะหลังปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับราคาขายแป้งมันสำปะหลังที่ไม่สามารถปรับขึ้นตามได้ทัน ทำให้ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18% ใน Q2/2565 เหลือเพียง 8% ใน Q2/2566 สำหรับธุรกิจอาหาร แม้จะยังคงเติบโตได้ดี โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ก็ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งในประเทศและนำเข้า ทำให้ GPM ของธุรกิจอาหารลดลงจาก 28% ใน Q2/2565 เหลือ 24% ใน Q2/2566 นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ GPM ของทั้งสองธุรกิจ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง แต่จะค่อยๆ ดีขึ้น ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์หัวมันสำปะหลังจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงที่หัวมันออกน้อย โดยราคาหัวมันสำปะหลังปัจจุบันอยู่ในช่วงที่บริหารจัดการได้ และความต้องการแป้งมันสำปะหลังตรา ROSE ในจีนยังคงเพิ่มขึ้นสูงถึง 19% ในครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม ปริมาณหัวมันสำปะหลังในฤดูกาล 2565/2566 คาดว่าจะลดลง 20-25% บริษัทได้ออกมาตรการเพื่อจัดหาหัวมันให้เพียงพอ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การเพิ่มเครือข่ายลานมัน และการส่งเสริมการเพาะปลูก Smart Farming ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้นและยาว ส่วนธุรกิจอาหาร คาดว่าจะยังคงเติบโตจากการขยายช่องทางและผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยบริษัทจะบริหารต้นทุนผ่านเทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ ค่าแรง และพลังงานที่สูงขึ้น โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังแห่งใหม่ที่กัมพูชา คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 4 ปี 2566 ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโต Highlight สำคัญ รายได้รวมลดลง 10% YoY: อยู่ที่ 2,469 ล้านบาท โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native & HVA) ลดลง 12% และ 16% ตามลำดับ พลิกขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาท: จากกำไร 46 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น GPM รวมลดลงเหลือ 12%: จาก 18% ในปีก่อน โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง GPM เหลือ 8% และธุรกิจอาหาร GPM เหลือ 24% ธุรกิจอาหารยังเติบโต: รายได้เพิ่มขึ้น 9% YoY เป็น 532 ล้านบาท โดยยอดขายในประเทศคิดเป็น 84% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 15%: อยู่ที่ 354 ล้านบาท จากการลดลงของค่าขนส่งและค่าสำรองหนี้สูญ เงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น: ในครึ่งปีแรก 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 338 ล้านบาท YoY จากมูลค่าวัตถุดิบในสต็อกที่เพิ่มขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 TWPC มีรายได้จากการขายรวม 2,469 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/2565) ซึ่งอยู่ที่ 2,733 ล้านบาท สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 4,986 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 12% ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 16% ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผลประกอบการสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุน 46 ล้านบาท พลิกจากกำไร 46 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับครึ่งปีแรก ขาดทุนสุทธิ 39 ล้านบาท ลดลง 82% เมื่อเทียบกับปีก่อน โอกาส การเติบโตของธุรกิจอาหาร: ยังคงแข็งแกร่งด้วยการขยายช่องทางการขายและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ความต้องการแป้งมันสำปะหลังในจีน: ตรา ROSE Brand มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 19% ในครึ่งปีแรก โรงงานใหม่ที่กัมพูชา: คาดว่าจะเริ่มดำเนินการใน Q4/2566 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนด้วยเทคโนโลยี: บริษัทมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในระยะยาว การส่งเสริมเกษตรกร: มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในการเพาะปลูกจะช่วยลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบในระยะยาว ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: โดยเฉพาะหัวมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM ปริมาณผลผลิตหัวมันสำปะหลัง: คาดว่าจะลดลงในฤดูกาล 2565/2566 ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการผลิต ต้นทุนพลังงาน: ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต อัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคาหัวมันสำปะหลังและราคาแป้งมันสำปะหลัง: จะสามารถปรับตัวได้สอดคล้องกันหรือไม่ ผลการดำเนินงานของโรงงานใหม่ที่กัมพูชา: จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตและตอบสนองความต้องการได้ตามเป้าหมายหรือไม่ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของธุรกิจอาหาร: จะสามารถสร้างการเติบโตแบบ Double Digit ได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่ มาตรการบริหารต้นทุน: ประสิทธิภาพในการลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลัง: เปรียบเทียบกับการส่งออกของประเทศโดยรวม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native & HVA): ยอดขายรวมลดลง 10% YoY ใน Q2/2566 โดย Native ลดลง 12% และ HVA ลดลง 16% สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลัง ทำให้ปริมาณการผลิตและขายลดลง และต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ส่งผลให้ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจอาหาร: ยังคงเติบโตได้ดี โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 9% YoY ใน Q2/2566 จากการขยายช่องทางการขายและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แม้ GPM จะลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 24% การส่งออก: ปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลังของบริษัทลดลง 13% ในครึ่งปีแรก ซึ่งถือว่าลดลงน้อยกว่าภาพรวมของประเทศที่ลดลงถึง 35% สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้า ราคาวัตถุดิบ: ราคาหัวมันสำปะหลัง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 3.1-3.4 บาท/กก. (เชื้อแป้ง 25%) ส่วนราคาแป้งมันสำปะหลังอยู่ที่ 550-570 USD/Ton ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ในครึ่งปีแรกของปี 2566 เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 338 ล้านบาท YoY สาเหตุหลักมาจากมูลค่าวัตถุดิบในสต็อกที่เพิ่มขึ้น บริษัทยังคงความสามารถในการรักษาเงินสดที่เพียงพอสำหรับการลงทุนในอนาคต สรุปท้าย TWPC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารยังคงเติบโตได้ดี และบริษัทมีมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนและวัตถุดิบ รวมถึงการลงทุนในโรงงานใหม่ที่กัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและประสิทธิภาพของมาตรการบริหารต้นทุนอย่างใกล้ชิด