2026-07-26T08:36:51+00:00 fin TISCO บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TISCO กำไร Q2/66 ทรงตัวเล็กน้อย รับรายได้ดอกเบี้ยโตสู้ต้นทุนสูง รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว 10.1% หนุนกำไร แต่ NIM หดตัวเล็กน้อย ขณะที่ธุรกิจหลักทรัพย์ซบเซา บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,853.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจากการดำเนินงานจะเติบโต 4.1% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 13.4% ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 10.1% แต่ถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงจากการชะลอตัวของธุรกิจหลักทรัพย์ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TISCO ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ที่เพิ่มขึ้น 10.1% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ 13.4% YoY อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้ถูกหักล้างด้วย ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ (จาก 1.06% เป็น 1.80%) และ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง 8.8% YoY โดยเฉพาะจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างมาก ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโตเพียงเล็กน้อย 0.3% YoY 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต: มาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 13.4% YoY โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจที่เติบโตถึง 22.0% QoQ และสินเชื่อจำนำทะเบียนที่เติบโต 3.7% QoQ ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์การขยายสินเชื่อในกลุ่มที่มีผลตอบแทนสูง ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น: เป็นผลโดยตรงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจ่าย (Cost of Fund) เพิ่มขึ้นจาก 1.06% เป็น 1.80% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง: สาเหตุหลักมาจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดทุนลดลงอย่างมาก ทำให้รายได้ค่านายหน้าลดลง 13.4% YoY และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านงบกำไรขาดทุน (FVTPL) ลดลง 62.6% YoY นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ลดลง 1.8% YoY จากค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัวมีแนวโน้ม มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ยังคงเติบโตตามแผน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และความผันผวนของตลาดทุนที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 1,853.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% YoY และเพิ่มขึ้น 3.4% QoQ รายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 4.1% YoY เป็น 4,743.26 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยสุทธิโต 10.1% YoY เป็น 3,419.63 ล้านบาท จากสินเชื่อที่เติบโต 13.4% YoY ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้น จาก 1.06% เป็น 1.80% YoY รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 8.8% YoY เหลือ 1,323.63 ล้านบาท จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ซบเซา NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 2.20% จาก 2.13% QoQ แต่ Coverage Ratio ยังสูงที่ 224.0% ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.2% YoY เพื่อรองรับแผนการเติบโตระยะยาว ภาพรวมผลประกอบการ TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,853.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% YoY และเพิ่มขึ้น 3.4% QoQ โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 4,743.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% YoY การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 10.1% YoY เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ 13.4% YoY อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง 8.8% YoY จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ซบเซา ทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่จำกัด สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,646.47 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โอกาส การเติบโตของสินเชื่อ: กลยุทธ์การขยายสินเชื่อในกลุ่มที่มีผลตอบแทนสูง เช่น สินเชื่อธุรกิจ (เติบโต 22.0% QoQ) และสินเชื่อจำนำทะเบียน (เติบโต 3.7% QoQ) ผ่านช่องทาง "สมหวัง เงินสั่งได้" ที่ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง การบริหารต้นทุน: แม้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 12.2% YoY เพื่อรองรับการเติบโต แต่บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ที่ 50.1% การบริหารความเสี่ยง: ระดับเงินสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ยังคงอยู่ในระดับสูง (Coverage Ratio 224.0%) เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเกิดขึ้น ความเสี่ยง ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น กดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของตลาดทุน: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจจัดการกองทุน คุณภาพสินทรัพย์: NPL Ratio ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.20% จากแรงกดดันด้านกำลังซื้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง: ส่งผลต่อการปล่อยสินเชื่อใหม่ในบางกลุ่ม และการฟื้นตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย: การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. และผลกระทบต่อ NIM และต้นทุนทางการเงิน การเติบโตของสินเชื่อ: โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อจำนำทะเบียน รวมถึงคุณภาพของสินเชื่อใหม่ ผลประกอบการธุรกิจหลักทรัพย์: ปริมาณการซื้อขายในตลาดทุน และความผันผวนของตลาด การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: การควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาระดับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ: ผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการชำระหนี้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) ธุรกิจธนาคารพาณิชย์: สินเชื่อ: เติบโต 4.7% QoQ และ 5.2% YTD โดยสินเชื่อธุรกิจเติบโตโดดเด่น 22.0% QoQ และสินเชื่อจำนำทะเบียนเติบโต 3.7% QoQ จากการขยายสาขา "สมหวัง เงินสั่งได้" อย่างต่อเนื่อง NIM: ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 5.05% ใน Q2/65 เป็น 5.02% ใน Q2/66 แม้ Yield on Loans จะเพิ่มขึ้นเป็น 7.42% แต่ Cost of Fund ก็เพิ่มขึ้นสูงกว่า NPL Ratio: เพิ่มขึ้นเป็น 2.20% จาก 2.13% QoQ โดยสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อจำนำทะเบียนมี NPL Ratio สูงสุดที่ 2.56% และ 3.58% ตามลำดับ ธุรกิจหลักทรัพย์: ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันผ่าน บล.ทิสโก้ ลดลง YoY ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าลดลง 13.4% YoY ส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ของ บล.ทิสโก้ ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.7% ธุรกิจจัดการกองทุน: สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มขึ้น 1.2% QoQ เป็น 374,873.55 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานเพิ่มขึ้น 4.0% YoY แต่ลดลง 1.9% QoQ บลจ.ทิสโก้ ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (17.9%) ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 274,358.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ โดยมีเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 5.1% QoQ หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 234,146.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% QoQ จากเงินฝากรวมที่เพิ่มขึ้น 1.4% QoQ และหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น 27.6% QoQ ส่วนของเจ้าของ: ลดลง 9.8% QoQ เป็น 40,212.87 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 6,205 ล้านบาท CAR/Basel: ธนาคารทิสโก้ มี BIS Ratio อยู่ที่ 23.0% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 11.0% และกลุ่มทิสโก้ มี BIS Ratio อยู่ที่ 20.2% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ สรุปท้าย TISCO ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถรักษาการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิได้จากการขยายพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจและสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินตามทิศทางดอกเบี้ย และผลกระทบจากความผันผวนของตลาดทุนที่กดดันรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่จำกัด แม้ NPL Ratio จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่บริษัทมีระดับเงินสำรองที่เพียงพอ และฐานะเงินกองทุนยังคงแข็งแกร่ง การบริหารจัดการความเสี่ยงและการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุน.