2026-07-26T07:36:42+00:00 fin TAE บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) TAE Q2/2566: รายได้-กำไรพุ่งแรง รับอานิสงส์ราคาเอทานอล-สารปรับปรุงดิน รายได้-กำไรโตเด่น รับดีมานด์เอทานอลฟื้น-สารปรับปรุงดินหนุน บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 776.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.99% และกำไรสุทธิ 4.21 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 47.57 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณและราคาขายเอทานอล ประกอบกับการเริ่มจำหน่ายสารปรับปรุงดินเชิงพาณิชย์ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TAE ในไตรมาส 2/2566 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายเอทานอล ทั้งในด้านปริมาณและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการ เริ่มต้นจำหน่ายสารปรับปรุงดินในเชิงพาณิชย์ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 165.99% และพลิกจากขาดทุนสุทธิในปีก่อนหน้ามาเป็นกำไรสุทธิ 4.21 ล้านบาท 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ราคาและปริมาณขายเอทานอลที่เพิ่มขึ้น: ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการขายเอทานอลเพิ่มขึ้นถึง 166.06% โดยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 147.95% และราคาขายเพิ่มขึ้น 9.17% การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการใช้เอทานอลให้สูงขึ้น การจำหน่ายสารปรับปรุงดิน: การเริ่มจำหน่ายสารปรับปรุงดินในเชิงพาณิชย์เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมรายได้ โดยเฉพาะในงวด 6 เดือนแรก รายได้จากการขายสารปรับปรุงดินมีส่วนสำคัญในการผลักดันรายได้รวมให้เติบโต 64.55% การบริหารต้นทุน: แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตเอทานอล แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงจากการกลับมาเดินเครื่องผลิตเอทานอลสายการผลิตที่ 2 ตามปกติ (หลังจากที่เคยหยุดผลิตชั่วคราวในปีก่อนหน้าเนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ) ช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไร 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัว 3.6% ในปี 2566 จะส่งผลให้ความต้องการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการจำหน่ายสารปรับปรุงดินอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2566 ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ให้เติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังพิจารณาการใช้วัตถุดิบนำเข้าและวัตถุดิบกลุ่มมันสำปะหลังเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตเอทานอล เนื่องจากกากน้ำตาลในประเทศมีราคาสูงและไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต Highlight สำคัญ รายได้รวม Q2/2566 พุ่ง 165.99% YoY แตะ 776.71 ล้านบาท จาก 292.01 ล้านบาทในปีก่อน กำไรสุทธิ Q2/2566 พลิกเป็น 4.21 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 47.57 ล้านบาทในปีก่อน รายได้ 6 เดือนแรกปี 2566 โต 64.55% YoY อยู่ที่ 1,585.61 ล้านบาท กำไรสุทธิ 59.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 239.83% YoY ปริมาณและราคาขายเอทานอลเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก เริ่มจำหน่ายสารปรับปรุงดินเชิงพาณิชย์ หนุนรายได้เพิ่มเติม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต แต่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 776.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 292.01 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเอทานอลทั้งปริมาณและราคา รวมถึงการเริ่มจำหน่ายสารปรับปรุงดินในเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็น 4.21 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 47.57 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,585.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 963.63 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 59.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 239.83% จากที่ขาดทุน 42.30 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โอกาส ความต้องการใช้เอทานอลที่เพิ่มขึ้น: คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2566 ที่จะขยายตัว 3.6% ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ จะส่งผลให้ความต้องการใช้เอทานอลเพิ่มสูงขึ้น การจำหน่ายสารปรับปรุงดิน: บริษัทมีแผนการจำหน่ายสารปรับปรุงดินอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2566 ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น การใช้วัตถุดิบนำเข้าและมันสำปะหลัง: การพิจารณาใช้วัตถุดิบกากน้ำตาลนำเข้าและวัตถุดิบกลุ่มมันสำปะหลัง จะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตและจำหน่ายเอทานอลได้ ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์: แม้ราคาเอทานอลจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาวัตถุดิบหลักอย่างกากน้ำตาลในประเทศมีราคาสูงและไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต การพึ่งพิงวัตถุดิบนำเข้า: การพิจารณาใช้วัตถุดิบนำเข้าอาจมีความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาและอัตราแลกเปลี่ยน ข้อจำกัดในการจ่ายเงินปันผล: บริษัทฯ จะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญากู้ยืมเงิน เช่น การดำรงอัตราส่วน D/E และ DSCR สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคาและปริมาณขายเอทานอล: ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานในตลาดเอทานอล ผลการดำเนินงานจากการจำหน่ายสารปรับปรุงดิน: ประเมินการเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ ต้นทุนวัตถุดิบ: จับตาต้นทุนกากน้ำตาลในประเทศและราคาวัตถุดิบนำเข้า รวมถึงต้นทุนมันสำปะหลัง การบริหารจัดการกระแสเงินสด: ตรวจสอบความเพียงพอของเงินทุนหมุนเวียนและการบริหารจัดการหนี้สิน การปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้: ตรวจสอบอัตราส่วนทางการเงิน D/E และ DSCR ว่ายังคงเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ราคา Commodity (เอทานอล): ราคาขายเอทานอลเพิ่มขึ้น 9.17% ใน Q2/2566 YoY และ 13.02% ในงวด 6 เดือนแรก YoY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้และกำไร ปริมาณขาย: ปริมาณขายเอทานอลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 147.95% ใน Q2/2566 YoY และ 42.12% ในงวด 6 เดือนแรก YoY สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์ ต้นทุนต่อหน่วย: แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยโดยตรง แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 146.23% ใน Q2/2566 YoY และ 50.88% ในงวด 6 เดือนแรก YoY ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น กำลังการผลิต: การกลับมาเดินเครื่องผลิตเอทานอลสายการผลิตที่ 2 ตามปกติใน Q2/2566 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารบางส่วน โครงการลงทุน: บริษัทกำลังพิจารณาการใช้วัตถุดิบนำเข้าและมันสำปะหลังเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเอทานอล ซึ่งอาจเป็นโครงการลงทุนในอนาคต กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม: ไม่ได้ระบุในเอกสาร ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 3,398.63 ล้านบาท ลดลง 5.97% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 19.70% ส่วนใหญ่จากการลดลงของเงินจ่ายล่วงหน้าค่าซื้อสินค้า ขณะที่สินค้าคงเหลือ (กากน้ำตาล) เพิ่มขึ้น 140.36% หนี้สินรวม: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 1,716.06 ล้านบาท ลดลง 13.80% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 1,682.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.64% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากมีกำไรสะสม อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): อยู่ที่ 1.02 เท่า ณ สิ้น Q2/2566 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ กระแสเงินสด: งวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 413.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการดำเนินงานที่ทำกำไรได้ดีขึ้น สรุปท้าย TAE พลิกเกมกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2566 จากแรงหนุนสำคัญของราคาและปริมาณขายเอทานอลที่ฟื้นตัว ประกอบกับการเริ่มจำหน่ายสารปรับปรุงดิน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะมีความท้าทาย แต่แนวโน้มความต้องการใช้เอทานอลที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง และแผนการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้บริษัทมีโอกาสในการสร้างผลประกอบการที่ดีขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด