Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin TEKA บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน)

TEKA Q2/2566 รายได้โต Q-o-Q แต่กำไรสุทธิหด YoY รับผลโครงการใกล้ปิด-รับรู้รายได้ใหม่

รายได้จากการก่อสร้างฟื้นตัว Q-o-Q แต่กำไรสุทธิลดลง YoY เหตุโครงการส่วนใหญ่อยู่ช่วงส่งมอบงานสุดท้าย ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA มีรายได้จากการก่อสร้างรวม 461.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.90% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 10.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 20.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.19% Q-o-Q แต่ลดลง 23.44% Y-o-Y ฝ่ายจัดการระบุว่าสาเหตุหลักมาจากโครงการส่วนใหญ่อยู่ในช่วงส่งมอบงานสุดท้าย ประกอบกับโครงการใหม่ที่ประมูลได้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้รายได้ยังไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง จากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่และโครงการที่ดำเนินงานอยู่จะมีการส่งมอบงานมากขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ TEKA ในไตรมาส 2/2566 คือ การเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการก่อสร้างและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ โดยรายได้จากการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 19.90% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q-o-Q) ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่เมื่อเทียบกับปีก่อน (Y-o-Y) กลับลดลง 10.57% ขณะที่กำไรสุทธิแม้จะเพิ่มขึ้น 26.19% Q-o-Q แต่กลับลดลงถึง 23.44% Y-o-Y ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอัตรากำไร 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการอธิบายว่า การที่รายได้จากการก่อสร้างลดลง Y-o-Y เป็นเพราะ โครงการส่วนใหญ่อยู่ในช่วงส่งมอบงานช่วงสุดท้าย ทำให้ปริมาณงานที่รับรู้รายได้ลดลง ประกอบกับ โครงการใหม่ที่บริษัทประมูลได้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ยังไม่สามารถรับรู้รายได้เข้ามาได้มากนัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของบริษัทฯ ในไตรมาสนี้ แม้ว่าจะมีสัญญาโครงการใหม่ที่มีมูลค่าสูง เช่น โครงการราชเทวี มูลค่า 1,098 ล้านบาท แต่การรับรู้รายได้จะค่อยเป็นค่อยไปตามความคืบหน้าของงาน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.78% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 13.89% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 12.47% ในปีก่อน แม้ฝ่ายจัดการระบุว่าโครงการใหม่มีอัตรากำไรใกล้เคียงเดิม แต่การที่โครงการเดิมใกล้ปิดโครงการ อาจมีผลต่อการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรโดยรวม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 6.86 ล้านบาท Y-o-Y จากค่าอบรมพนักงานและปรับขึ้นเงินเดือน ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม จากเอกสาร ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2566 จะมีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่เพิ่มขึ้น และโครงการที่ดำเนินงานอยู่จะมีการส่งมอบงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่โครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงส่งมอบงานสุดท้าย และโครงการใหม่เพิ่งเริ่มต้น ทำให้การฟื้นตัวของรายได้และกำไรอาจต้องใช้เวลา และต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการใหม่ รวมถึงการประมูลงานใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริม Backlog ในอนาคต Highlight สำคัญ รายได้จากการก่อสร้าง Q2/2566 อยู่ที่ 461.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.90% Q-o-Q แต่ลดลง 10.57% Y-o-Y กำไรสุทธิ Q2/2566 อยู่ที่ 20.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.19% Q-o-Q แต่ลดลง 23.44% Y-o-Y อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.78% Backlog คงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 2,687.06 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 3,785.06 ล้านบาท หากรวมโครงการราชเทวีที่ประมูลได้ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.96 เท่า ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 TEKA มีรายได้จากการก่อสร้าง 461.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.90% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 แต่ลดลง 10.57% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีกำไรขั้นต้น 58.94 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 12.78% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อนหน้า บริษัทมีค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น Y-o-Y และต้นทุนทางการเงินลดลง Y-o-Y ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 20.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.19% Q-o-Q แต่ลดลง 23.44% Y-o-Y โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 4.38% โอกาส การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่: บริษัทมีโครงการใหม่ที่ประมูลได้ เช่น โครงการราชเทวี มูลค่า 1,098 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต Backlog ที่แข็งแกร่ง: Backlog รวม 3,785.06 ล้านบาท (รวมโครงการใหม่) จะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า แนวโน้มรายได้ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง: ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 3 และ 4 จะดีขึ้นจากการส่งมอบงานที่มากขึ้น ความเสี่ยง การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่: การที่โครงการส่วนใหญ่อยู่ในช่วงส่งมอบงานสุดท้าย อาจส่งผลให้รายได้ผันผวน หากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันในอุตสาหกรรม: ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตรากำไร ต้นทุนการก่อสร้าง: ความผันผวนของราคาวัสดุและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการรับรู้รายได้จากโครงการราชเทวี: จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในครึ่งปีหลัง การประมูลงานใหม่: การได้งานใหม่จะช่วยเสริม Backlog และสร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว อัตรากำไรขั้นต้น: การรักษาหรือปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิ การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: การควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) รายได้จากการก่อสร้าง: รายได้จากการก่อสร้างในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 461.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.90% Q-o-Q สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมการก่อสร้างเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การลดลง 10.57% Y-o-Y บ่งชี้ว่าภาพรวมการดำเนินงานยังไม่กลับสู่ระดับเดียวกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับคำอธิบายของฝ่ายจัดการที่ว่าโครงการส่วนใหญ่อยู่ในช่วงส่งมอบงานสุดท้าย Backlog: มูลค่า Backlog ที่ 2,687.06 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 3,785.06 ล้านบาทเมื่อรวมโครงการใหม่ ถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงปริมาณงานในมือที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ต้นทุนการก่อสร้าง: ต้นทุนการก่อสร้างอยู่ที่ 402.11 ล้านบาท คิดเป็น 87.22% ของรายได้จากการก่อสร้าง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.78% การบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางความผันผวนของราคาวัสดุจะเป็นสิ่งสำคัญ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,468.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 719.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.04% Q-o-Q ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินที่เกิดจากสัญญาก่อสร้างที่มากขึ้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.96 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 749.43 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีมูลค่าหุ้นทางบัญชี 2.50 บาทต่อหุ้น สรุปท้าย TEKA ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการก่อสร้างเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่อยู่ในช่วงส่งมอบงานสุดท้ายและโครงการใหม่เพิ่งเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม Backlog ที่แข็งแกร่งและการคาดการณ์รายได้ที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ประกอบกับฐานะการเงินที่มั่นคง เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางการเติบโตในอนาคตต่อไป