Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SQ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

SQ กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 45.2% YoY รับรายได้ BLT หนุน แต่ต้นทุนพุ่ง

รายได้โตแต่กำไรสุทธิวูบ ปัจจัยหลักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการรับรู้รายได้โครงการใหม่ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเริ่มรับรู้รายได้ของโครงการ Build Lease and Transfer (BLT) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 45.2% YoY เหลือเพียง 40 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการ SQ ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตของรายได้ที่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Build Lease and Transfer (BLT) ที่เริ่มดำเนินการ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 45.2% YoY แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 29.9% YoY 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากโครงการ BLT ที่เริ่มรับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานที่ทำเสร็จ (Percentage of Completion) ซึ่งมีมูลค่า 640 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 36.8% YoY โดยมีรายการสำคัญที่ผลักดันต้นทุน ได้แก่: ต้นทุนค่าซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 242 ล้านบาท: ส่วนใหญ่เกิดจากการเริ่มดำเนินการของโครงการ BLT ตามแผนงานก่อสร้าง ต้นทุนการจ้างเหมาเพิ่มขึ้น 147 ล้านบาท: จากการจ้างผู้รับเหมาติดตั้งเครื่องจักรสำหรับโครงการ BLT ต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 49 ล้านบาท: จากการดำเนินงานของโครงการ North Pit Wall Expansion และโครงการ BLT ต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท: จากการปรับอัตราค่าแรงประจำปีและการปรับแผนงานโครงการหงสำ แม้ว่าจะมีบางรายการต้นทุนที่ลดลง เช่น ต้นทุนค่าน้ำมัน (ลดลง 5 ล้านบาท YoY) และต้นทุนค่าเสื่อมราคา (ลดลง 30 ล้านบาท YoY) แต่ผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยรวมมีมากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นปรับลดลง 8.1% QoQ และ 3.4% YoY (จาก 176 ล้านบาท เป็น 182 ล้านบาท) และส่งผลต่อเนื่องมายังกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องจับตาต้นทุนโครงการ BLT โครงการ BLT เป็นโครงการลักษณะงานก่อสร้างระบบสายพานเพื่อส่งมอบผู้ว่าจ้าง ซึ่งบริษัทฯ รับรู้รายได้ตามสัดส่วนงานที่ทำเสร็จ และคาดว่าจะส่งมอบงานได้ตามกำหนดในปี 2567 การรับรู้รายได้และต้นทุนของโครงการนี้จะส่งผลต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ BLT เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป ว่าต้นทุนดังกล่าวจะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หรือจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการในระยะยาวหรือไม่ Highlight สำคัญ รายได้รวม Q2/66 เติบโต 29.9% YoY แตะ 1,668 ล้านบาท: หนุนหลักจากโครงการ Build Lease and Transfer (BLT) ที่เริ่มรับรู้รายได้ กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 45.2% YoY เหลือ 40 ล้านบาท: แม้รายได้โต แต่ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนการให้บริการ Q2/66 เพิ่มขึ้น 36.8% YoY: โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนซ่อมบำรุง, ค่าจ้างเหมา, ค่าน้ำมัน และค่าแรงงาน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ BLT และโครงการอื่น กำไรขั้นต้น Q2/66 อยู่ที่ 182 ล้านบาท: ลดลง 8.1% QoQ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.4% YoY โครงการเหมืองแม่เมาะ 8 และหงสา รายได้ลดลง: รายได้โครงการแม่เมาะ 8 ลดลง 11% QoQ และ 84% YoY เนื่องจากราคาต่อหน่วยและปริมาณงานลดลง ส่วนโครงการหงสา รายได้ลดลง 19% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 1% YoY โครงการ BLT รับรู้รายได้ 640 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 78 ล้านบาท: คาดส่งมอบงานได้ในปี 2567 ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.8% จากไตรมาส 1/2566 และเพิ่มขึ้น 29.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเริ่มรับรู้รายได้ของโครงการ Build Lease and Transfer (BLT) มูลค่า 640 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการรวมทุกโครงการปรับตัวเพิ่มขึ้น 44.1% QoQ และ 36.8% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 182 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 8.1% QoQ และเพิ่มขึ้น 3.4% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เมื่อหักค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 40 ล้านบาท ลดลง 25.9% QoQ และลดลง 45.2% YoY ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 17% YoY เป็น 399 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการ BLT แต่มีกำไรขั้นต้นลดลง 24% YoY เหลือ 380 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 67% YoY เหลือ 94 ล้านบาท โอกาส การรับรู้รายได้จากโครงการ BLT: โครงการ BLT ที่เริ่มดำเนินการและคาดว่าจะส่งมอบงานได้ในปี 2567 เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทในระยะสั้นถึงกลาง การบริหารจัดการต้นทุนในโครงการเดิม: แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นในไตรมาสนี้ แต่การบริหารจัดการเครื่องจักรให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการผู้รับเหมาให้สอดคล้องกับปริมาณงานในโครงการเหมืองแม่เมาะ 8 และหงสา อาจช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในอนาคต ความเสี่ยง ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าซ่อมบำรุง, ค่าจ้างเหมา, ค่าน้ำมัน และค่าแรงงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโครงการ BLT เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร ปริมาณงานและราคาต่อหน่วยในโครงการเหมือง: โครงการเหมืองแม่เมาะ 8 และหงสา มีรายได้ลดลง YoY และ QoQ จากการปรับลดราคาต่อหน่วยตามสัญญาและปริมาณงานที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะยาว สภาพพื้นที่หน้างานและสภาพอากาศ: การปรับปรุงพื้นที่ทำงานนอกแผนงานและปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2/2566 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโครงการเหมืองแม่เมาะ 8 และหงสา สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มต้นทุนโครงการ BLT: การบริหารจัดการต้นทุนโครงการ BLT ว่าจะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้ที่รับรู้ได้หรือไม่ การปรับตัวของรายได้และต้นทุนโครงการเหมือง: การเปลี่ยนแปลงของราคาต่อหน่วย ปริมาณงาน และต้นทุนการดำเนินงานในโครงการเหมืองแม่เมาะ 8 และหงสา ความคืบหน้าการส่งมอบงานโครงการ BLT: การดำเนินงานและกำหนดการส่งมอบงานโครงการ BLT ในปี 2567 การบริหารจัดการต้นทุนโดยรวม: กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการให้บริการในทุกโครงการ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในมุมมองของธุรกิจก่อสร้างและให้บริการด้านเหมืองแร่ SQ ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยด้านต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการต่างๆ การรับรู้รายได้จากโครงการ BLT ซึ่งเป็นลักษณะงานก่อสร้างระบบสายพาน เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้รวม แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับโครงการเหมืองเดิมอย่างแม่เมาะ 8 และหงสา การลดลงของรายได้ YoY และ QoQ เป็นสัญญาณที่ต้องจับตา โดยเฉพาะโครงการแม่เมาะ 8 ที่กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY จากราคาต่อหน่วยที่ลดลงตามสัญญาและปริมาณงานที่ลดลง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,017.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.66% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 31.37% จาก 1,603.07 ล้านบาท เป็น 2,105.91 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,175.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.00% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.17 เท่า ซึ่งสูงกว่าช่วงสิ้นปี 2565 ที่ 2.09 เท่า กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 255.89 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกำไรสุทธิก่อนภาษี แต่บริษัทมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 185.01 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 93.67 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 22.80 ล้านบาท สรุปท้าย SQ ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการรับรู้โครงการ BLT แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นได้กัดกินกำไรสุทธิจนหดตัวลงถึง 45.2% YoY การบริหารจัดการต้นทุนโครงการ BLT และการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานในโครงการเหมืองเดิม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต