2026-07-26T05:25:56+00:00 fin SISB บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) SISB กำไร Q2/2566 พุ่ง 98.5% รับรายได้การศึกษาโต-ต้นทุนคุมอยู่ รายได้การศึกษาฟื้น On-site หนุนเต็มที่-ต้นทุนบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 39.74% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 98.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นและการกลับมาเรียนแบบ On-site เต็มรูปแบบ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SISB ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาจากการกลับมาเรียนแบบ On-site เต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาเติบโตโดดเด่น: รายได้จากการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้นถึง 42.02% โดยมีสาเหตุหลักมาจากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 2,526 คน เป็น 3,094 คน (ไม่รวมสาขาเชียงใหม่) นอกจากนี้ อัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนต่อปีก็ปรับเพิ่มขึ้น 15.61% เป็น 0.53 ล้านบาท จาก 0.46 ล้านบาทในปีที่แล้ว การกลับมาเรียนแบบ On-site เต็มรูปแบบทำให้รายได้ฟื้นตัวสู่ระดับปกติ และการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาในปีการศึกษา 2565/2566 เพื่อให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมและการปรับขึ้นผลตอบแทนบุคลากร ก็เป็นอีกปัจจัยหนุนรายได้ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ: แม้ต้นทุนทางการศึกษาและบริการจะเพิ่มขึ้น 17.65% ตามรายได้ที่เติบโต แต่เมื่อพิจารณาในเชิงสัดส่วนต่อรายได้แล้ว กลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสัดส่วนต้นทุนการจัดการศึกษาต่อรายได้จากการขายและบริการลดลงจาก 34.50% ในปีก่อน เหลือ 29.84% ในปีนี้ เนื่องจากต้นทุนบุคลากรส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ และการกลับมาเรียน On-site ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่เรียนแบบ Hybrid ในปีก่อน นอกจากนี้ สัดส่วนต้นทุนการบริหารอาคารและสถานที่ต่อรายได้ก็ลดลงเช่นกัน จาก 16.56% เหลือ 13.14% เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนส่วนใหญ่คงที่ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่จำนวนนักเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดโรงเรียนใหม่ที่นนทบุรีและระยอง ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2566 จะช่วยเพิ่ม Capacity และฐานนักเรียนในอนาคต นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในไตรมาสนี้ หากยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนอัตรากำไรในระยะยาว Highlight สำคัญ รายได้รวม Q2/2566 พุ่ง 40.39% YoY: อยู่ที่ 431.37 ล้านบาท จาก 307.26 ล้านบาทในปีก่อน กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 98.53% YoY: อยู่ที่ 155.43 ล้านบาท จาก 78.29 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่ง: ปรับเพิ่มขึ้นจาก 48.95% เป็น 57.02% อัตรากำไรสุทธิ (NPM) สูง: อยู่ที่ 36.03% เพิ่มขึ้นจาก 25.48% ในปีก่อน จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น: จาก 2,526 คน เป็น 3,094 คน (ไม่รวมสาขาเชียงใหม่) การลงทุนขยายสาขา: โครงการโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์นนทบุรีและระยอง คาดเปิดให้บริการสิงหาคม 2566 ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 SISB มีรายได้รวม 431.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 423.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.74% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาเรียนแบบ On-site และจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ต้นทุนทางการศึกษาและบริการอยู่ที่ 181.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.65% แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้วมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 62.79% เป็น 241.32 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 98.53% เป็น 155.43 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวจาก 25.48% เป็น 36.03% โอกาส การขยายสาขาใหม่: การเปิดโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์นนทบุรีและระยองในเดือนสิงหาคม 2566 จะเพิ่ม Capacity และฐานนักเรียนในอนาคต การเติบโตของนักเรียนต่างชาติ: จำนวนนักเรียนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนุนรายได้ การปรับขึ้นค่าธรรมเนียม: การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมและการเพิ่มผลตอบแทนบุคลากร การกลับมาเรียน On-site: การเรียนการสอนแบบ On-site เต็มรูปแบบส่งผลดีต่อรายได้และประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียน ความเสี่ยง การแข่งขันในธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ: ตลาดมีการแข่งขันสูงจากผู้ประกอบการรายอื่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษา: นโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น: เช่น ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และค่าตอบแทนบุคลากร ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ: ภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้ปกครอง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ผลการดำเนินงานของโรงเรียนใหม่: ความคืบหน้าและการตอบรับของโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์นนทบุรีและระยองหลังเปิดดำเนินการ จำนวนนักเรียน: การเติบโตของจำนวนนักเรียนในทุกสาขา โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของนักเรียนต่างชาติ อัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อหัว: การรักษาหรือเพิ่มอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อหัว การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แผนการขยายธุรกิจในอนาคต: การพัฒนาโครงการโรงเรียนนานาชาติเชียงใหม่เฟสสอง และแผนการลงทุนอื่นๆ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการจัดการศึกษา: เป็นรายได้หลัก เติบโต 42.02% จากจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม การกลับมาเรียน On-site ช่วยฟื้นฟูรายได้ให้กลับสู่ระดับปกติ จำนวนนักเรียน: เพิ่มขึ้นจาก 2,526 คน เป็น 3,094 คน (ไม่รวมเชียงใหม่) สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้น อัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคน: เพิ่มขึ้น 15.61% เป็น 0.53 ล้านบาทต่อปี ต้นทุนการจัดการศึกษา: เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ต้นทุนอาคารและสถานที่: เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง เนื่องจากรายได้เติบโตเร็วกว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และสัดส่วนต่อรายได้ลดลง เนื่องจากรายได้เติบโต ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 19.39% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักๆ มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการดำเนินงาน 591.32 ล้านบาท แม้จะมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 308.30 ล้านบาท เพื่อการก่อสร้างโรงเรียนใหม่ และกิจกรรมจัดหาเงิน 168.40 ล้านบาทจากการจ่ายปันผลและชำระคืนหนี้สิน ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 338.87 ล้านบาทจากการก่อสร้างโรงเรียนใหม่ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 36.62% ส่วนใหญ่มาจากรายได้รอการรับรู้ 560.68 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษาที่รับล่วงหน้าสำหรับปีการศึกษาใหม่ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.16% เป็น 2,453.81 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 314.46 ล้านบาทสำหรับ 6 เดือนแรกของปี สรุปท้าย SISB โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตเกือบเท่าตัว จากการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ได้แรงหนุนจากการกลับมาเรียน On-site เต็มรูปแบบและจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนในการขยายสาขาใหม่ที่กำลังจะเปิดดำเนินการในเร็วๆ นี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันการเติบโตในระยะต่อไป แม้จะมีความเสี่ยงด้านการแข่งขันและต้นทุน แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ SISB ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มธุรกิจบริการการศึกษา