2026-07-26T03:21:22+00:00 fin RT บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) RT ไตรมาส 2/2566 พลิกขาดทุนสุทธิเป็นกำไร เผยรายได้ก่อสร้างโต 41% รายได้หลักโตต่อเนื่อง หนุนกำไรสุทธิ RT พลิกบวก Q2/66 หลังต้นทุนคุมได้ดีขึ้น บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 0.21 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 41.10% ขณะที่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 17.21 ล้านบาท Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RT พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2/2566 และมีกำไรต่อเนื่องในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 มาจาก การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดยในไตรมาส 2/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,890.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 0.21 ล้านบาท และในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาทในปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเป็นผลมาจากการ รับรู้รายได้ตามแผนงานที่ประมาณการไว้ ซึ่งสะท้อนถึงการเดินหน้าของโครงการต่างๆ ที่บริษัทรับผิดชอบ โดยในไตรมาส 2/2566 รายได้จากการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 818.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 1,459.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.73% จากปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น โดยในไตรมาส 2/2566 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.91% เพิ่มขึ้นจาก 10.83% ในปีก่อน และในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.00% เพิ่มขึ้นจาก 9.41% ในปีก่อน แม้ว่าต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้มีสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้ภาพรวมความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากข้อมูลในเอกสารที่ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ "เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ตามแผนงานที่ประมาณการไว้" ซึ่งบ่งชี้ว่าการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และการเติบโตของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ นอกจากนี้ การที่บริษัทมีรายได้จากการขายวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (584.86% ในไตรมาส 2/2566) อาจเป็นสัญญาณของการดำเนินงานโครงการที่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้รวมในอนาคต Highlight สำคัญ พลิกมีกำไรสุทธิ: RT รายงานกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566 จากที่ขาดทุน 0.21 ล้านบาทในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 จากที่ขาดทุน 17.21 ล้านบาทในปีก่อน รายได้โตแกร่ง: รายได้รวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 831.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.39% YoY โดยมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 818.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.10% YoY กำไรขั้นต้นดีขึ้น: อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 13.91% เพิ่มขึ้นจาก 10.83% ในปีก่อน และในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 12.00% เพิ่มขึ้นจาก 9.41% ในปีก่อน ต้นทุนเพิ่มตามรายได้: ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 36.23% ในไตรมาส 2/2566 สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ ฐานะการเงิน: สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 5,507.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.98% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,494.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.97% จากสิ้นปี 2565 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 1.67% เป็น 1,012.98 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 831.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีรายได้หลักมาจากการรับเหมาก่อสร้างที่ 818.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.10% YoY ในขณะที่ต้นทุนรวมอยู่ที่ 769.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.11% YoY ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้น 113.89 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 13.91% เพิ่มขึ้นจาก 10.83% ในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 0.21 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,459.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.73% YoY โดยมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง 1,265.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.07% YoY ต้นทุนรวมอยู่ที่ 1,409.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.72% YoY ทำให้มีกำไรขั้นต้น 172.48 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 12.00% เพิ่มขึ้นจาก 9.41% ในปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุน 25.10 ล้านบาทในปีก่อน (ข้อมูลในตารางระบุว่า 6M/66 มีกำไรสุทธิ 20.98 ล้านบาท แต่ในส่วน "ผลการดำเนินงานประจำปี" ระบุว่าขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในการสรุปจากเอกสารต้นฉบับ) โอกาส การรับรู้รายได้ตามแผนงาน: การที่บริษัทสามารถรับรู้รายได้ตามแผนงานที่ประมาณการไว้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต การเติบโตของรายได้วัสดุก่อสร้าง: รายได้จากการขายวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ถึงการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุ การบริหารต้นทุน: แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความเสี่ยง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลง 27.44% YoY และในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 68.35% YoY ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวม หากมีรายการที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 116.51% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรสุทธิ การเปลี่ยนแปลงในส่วนของผู้ถือหุ้น: ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 1.67% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ซึ่งเกิดจากผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม อาจเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาหากการขาดทุนยังคงดำเนินต่อไป สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง: ติดตามการรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ การบริหารจัดการต้นทุน: จับตาดูว่าบริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างไร ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: ประเมินผลกระทบของความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการในอนาคต การออกหุ้นกู้: ติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขของหุ้นกู้ที่ออกใหม่ รวมถึงภาระต้นทุนทางการเงินที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง RT แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/2566 โดยรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้นถึง 41.10% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ตามแผนงานที่ประมาณการไว้ บ่งชี้ถึงความคืบหน้าของโครงการที่บริษัทดำเนินการอยู่ การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 10.83% เป็น 13.91% ในไตรมาสนี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการ หรืออาจเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการรับเหมาก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่ 36.23% ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจในภาคส่วนนี้ นอกจากนี้ รายได้จากการขายวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 584.86% YoY ในไตรมาส 2/2566 อาจเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายตัวของธุรกิจ หรือการบริหารจัดการทรัพยากรภายในที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้รวมของบริษัท ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,507.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.98% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้น 992.56 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ๆ และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,494.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.97% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง แต่มีหนี้สินที่เกิดจากสัญญา – เงินรับล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้าง และหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการออกหุ้นกู้ดังกล่าวอาจเป็นการระดมทุนเพื่อรองรับการดำเนินงานหรือการขยายธุรกิจในอนาคต ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเล็กน้อย 1.67% เป็น 1,012.98 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 สรุปท้าย RT ในไตรมาส 2/2566 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ตามแผนงานที่ประมาณการไว้ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการที่ดีในระยะยาว