2026-07-26T03:21:09+00:00 fin SAFE บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) SAFE กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 66 หดตัว 3.89% ต้นทุนบริหารพุ่งรับค่าใช้จ่าย IPO รายได้รวมโต 9.43% แต่กำไรสุทธิลดลง เหตุค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งสูงจากการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวมจากการให้บริการและรายได้อื่น 409.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 3.89% มาอยู่ที่ 87.48 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ SAFE ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ปรับตัวลดลง 3.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 87.48 ล้านบาท (จาก 91.02 ล้านบาท) คือ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time expense) นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นจากการรับเงินปันผลจากบริษัทย่อย 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 8.13 ล้านบาท หรือ 10.72% มาจาก ค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้น 6.47 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่น ค่าตรวจสอบบัญชี ค่าที่ปรึกษาต่างๆ รวมถึงค่าโฆษณาและค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้าน ภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก SAFE ได้รับเงินปันผลจาก NGG ซึ่งส่งผลให้ประมาณการทางภาษีสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าประมาณการทางภาษีดังกล่าวจะลดลงและกลับสู่ระดับปกติในงวดถัดไป แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะรายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากที่เพิ่มขึ้น 2.03% และรายได้จากการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ที่เติบโตโดดเด่นถึง 46.65% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.72% เป็น 226.20 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 55.64% แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารได้กลบผลบวกดังกล่าวไป 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในส่วนของ "ค่าใช้จ่ายอื่น" นั้นเป็น "ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว" จากการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นในงวดถัดไป ส่วนประเด็นภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นจากการรับเงินปันผลจาก NGG ก็คาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติเช่นกัน ดังนั้น ปัจจัยกดดันกำไรสุทธิในงวดนี้จึงมีแนวโน้มที่จะ ไม่ต่อเนื่อง ในระยะยาว Highlight สำคัญ รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 9.43% แตะ 409.84 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้การให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากที่เพิ่มขึ้น 2.03% และรายได้จากการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ที่เติบโตโดดเด่นถึง 46.65% กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 3.89% อยู่ที่ 87.48 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว อยู่ที่ 55.64% แม้ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น แต่สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 42.74% เป็น 25.53 ล้านบาท จากค่าคอมมิชชั่นและค่าโฆษณา/ส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.72% เป็น 83.90 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการเตรียม IPO เป็นปัจจัยหลัก สินทรัพย์รวมลดลง 2.66% อยู่ที่ 1,375.13 ล้านบาท โดยมีเงินสดลดลงจากการจ่ายปันผล หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 16.65% อยู่ที่ 236.16 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจากการซื้อน้ำยาแล็บ ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE มีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 406.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก (325.46 ล้านบาท) และรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ (80.16 ล้านบาท) ซึ่งเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนการให้บริการอยู่ที่ 180.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.93% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 226.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.72% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 55.64% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 42.74% เป็น 25.53 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 10.72% เป็น 83.90 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 87.48 ล้านบาท ลดลง 3.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (91.02 ล้านบาท) และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 21.52% ลดลงจาก 24.36% โอกาส การเติบโตของบริการตรวจพันธุกรรม: รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ (NGG) เติบโตโดดเด่นถึง 46.65% สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบริการดังกล่าว ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และสุขภาพของทารก การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว: การเพิ่มขึ้นของ treatment cycle ของคนไข้ชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในบริการรักษาผู้มีบุตรยาก บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเดินทาง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้หลักของบริษัท การขยายธุรกิจความงาม: การเริ่มมีรายได้จากบริษัท เซฟ เวลเนส จำกัด (SWC) ซึ่งให้บริการด้านผิวหนังและความงาม แม้จะยังมีสัดส่วนน้อย แต่เป็นการกระจายแหล่งรายได้และสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต ความเสี่ยง ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: แม้ส่วนใหญ่เป็นรายการครั้งเดียว แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะสั้น การแข่งขันในธุรกิจ: ธุรกิจศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตรและการตรวจพันธุกรรมมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาและส่วนแบ่งการตลาด ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในงวดนี้จะไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญ แต่การพึ่งพิงรายได้จากลูกค้าต่างชาติอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ผลกระทบหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ: การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตลาดฯ และผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาว แนวโน้มรายได้จากบริการตรวจพันธุกรรม: การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ NGG จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างรายได้และกำไร การฟื้นตัวของรายได้จากลูกค้าต่างชาติ: การกลับมาของนักท่องเที่ยวจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการรักษาผู้มีบุตรยาก การบริหารจัดการต้นทุน: การควบคุมต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขาย/บริหาร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก: เพิ่มขึ้น 2.03% เป็น 325.46 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของ treatment cycle ของคนไข้ชาวต่างชาติ รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรม: เติบโตโดดเด่น 46.65% เป็น 80.16 ล้านบาท จากจำนวนการทดสอบ NGS และ Qualifi ที่สูงขึ้น ต้นทุนการให้บริการ: เพิ่มขึ้น 8.93% เป็น 180.37 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์ที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้น: ทรงตัวที่ 55.64% สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ ค่าใช้จ่ายในการขาย: เพิ่มขึ้น 42.74% เป็น 25.53 ล้านบาท จากค่าคอมมิชชั่นและค่าโฆษณา/ส่งเสริมการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้น 10.72% เป็น 83.90 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพิเศษในการเตรียม IPO ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 1,375.13 ล้านบาท ลดลง 2.66% จากสิ้นปี 65 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 5.83% เป็น 801.07 ล้านบาท หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 236.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.65% จากสิ้นปี 65 โดยมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 47.17% ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 1,138.97 ล้านบาท ลดลง 5.89% จากสิ้นปี 65 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล 213.75 ล้านบาท กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน: เป็นบวก 137.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน: ใช้ไป 19.57 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน: ใช้ไปสุทธิ 167.19 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลเป็นหลัก สรุปท้าย SAFE ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มบริการตรวจพันธุกรรมที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งฝ่ายจัดการคาดว่าจะไม่ต่อเนื่องในระยะยาว การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของลูกค้าต่างชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทในอนาคต