2026-07-26T03:20:59+00:00 fin SAPPE บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) SAPPE ทำสถิติรายได้สูงสุดใหม่ Q2/2566 กำไรพุ่ง 86.7% รับอานิสงส์ส่งออกโตทุกภูมิภาค ยอดขายต่างประเทศทะยาน 40.9% หนุนกำไร All-Time High ฝ่ายบริหารชี้การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ทำสถิติรายได้จากการขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,656.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศที่แข็งแกร่งถึง 40.9% จากทุกภูมิภาคทั่วโลก ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 312.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 86.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAPPE ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายในต่างประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 40.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ 312.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.7% YoY ปัจจัยบวกนี้ยังเสริมด้วย การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้ต่างประเทศมาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ การขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปยุโรปที่เติบโตสูงถึง 126.2% นอกจากนี้ การทำการตลาดเชิงรุกเพื่อต่อยอดแบรนด์ Mogu Mogu ให้เป็น Lifestyle Brand ในโลกเสมือนผ่านแพลตฟอร์ม Metaverse ในเอเชียก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ สินค้าหลักที่ได้รับความนิยมคือเครื่องดื่มวุ้นมะพร้าว Mogu Mogu และเครื่องดื่มว่านหางจระเข้ Sappe Aloe Vera Drink ซึ่งส่งออกไปกว่า 98 ประเทศทั่วโลก ประการที่สองคือ การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้น โดยสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง 4.1% เป็น 55.5% ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและยูโร รวมถึงการบริหารจัดการการผลิตที่ดีขึ้น ทำให้ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นและอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ 78% ประการสุดท้ายคือ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 10.6% เป็น 13.0% เนื่องจากค่าระวางเรือที่ลดลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง และลูกค้ากลับไปจัดหาเรือด้วยตนเองได้ตามปกติ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงเล็งเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการบริโภคสินค้าจากกลุ่มลูกค้าเดิม ด้วยแผนการลงทุนทางการตลาดที่มีอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มลูกค้าใหม่ในไตรมาสต่อๆ ไป นอกจากนี้ แผนการออกสินค้าใหม่ 20 รายการในปี 2566 คาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้ในประเทศให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง การลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติ ไลน์การผลิตใหม่ และโครงการลดต้นทุนต่างๆ เช่น Machine Learning, Automation Process และ Solar Cell ลอยน้ำ ก็เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตทั้งยอดขายและผลกำไรในอนาคต Highlight สำคัญ รายได้จากการขาย All-Time High: 1,656.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.0% YoY กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ All-Time High: 312.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86.7% YoY รายได้ต่างประเทศเติบโตโดดเด่น: 1,374.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.9% YoY จากทุกภูมิภาค โดยเฉพาะยุโรป (+126.2%) เอเชีย (+11.1%) อเมริกา (+34.3%) และตะวันออกกลาง (+60.6%) ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง: เหลือ 55.5% จาก 59.6% YoY ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและการบริหารการผลิตที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลง: เหลือ 13.0% จาก 23.7% YoY จากค่าระวางเรือที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย: เป็น 8.2% จาก 6.8% YoY แผนการออกสินค้าใหม่: 20 รายการในปี 2566 คาดหนุนรายได้ในประเทศ การลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต: ขยายกำลังการผลิต, คลังสินค้าอัตโนมัติ, ไลน์ผลิตใหม่, และโครงการลดต้นทุน ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,656.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่รายไตรมาสของบริษัทฯ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 47.4% YoY มาอยู่ที่ 656.4 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 43.2% จาก 40.4% ในปีก่อนหน้า แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 86.7% YoY เป็น 312.3 ล้านบาท โอกาส การเติบโตของตลาดต่างประเทศ: ศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายในตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่ม Modern Trade และการต่อยอดแบรนด์ผ่าน Metaverse ผลิตภัณฑ์ใหม่: การออกสินค้าใหม่ 20 รายการในปี 2566 คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในประเทศและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต: การลงทุนในเทคโนโลยีและโครงการลดต้นทุนจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว การขยายกำลังการผลิต: การลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติและไลน์การผลิตใหม่ จะรองรับการเติบโตของยอดขายในอนาคต ความเสี่ยง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม: ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าทดแทน ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน: ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ: การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในแต่ละประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ: โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรปและเอเชีย ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่: ประสิทธิภาพในการกระตุ้นยอดขายในประเทศ ความคืบหน้าของการลงทุนขยายกำลังการผลิต: และโครงการลดต้นทุนต่างๆ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพื่อรักษาอัตรากำไร สถานการณ์ค่าระวางเรือและค่าขนส่ง: ผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออก รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ได้รับปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งช่วยลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบบางส่วน และการบริหารจัดการการผลิตที่ดีขึ้น Volume: ยอดขายในต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม Mogu Mogu และ Sappe Aloe Vera Drink ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขาย GPM: ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จาก 40.4% เป็น 43.2% เนื่องจากต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง ช่องทางขาย: การขยายช่องทาง Modern Trade ในต่างประเทศและการให้ความสำคัญกับ Online และ e-Commerce ในประเทศ สต็อก: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงในเอกสาร อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท และการเติบโตของยอดขายในกว่า 98 ประเทศทั่วโลก ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงในเอกสาร ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้ สรุปท้าย SAPPE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 อย่างน่าประทับใจ ด้วยรายได้และกำไรสุทธิที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในตลาดต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตและลดต้นทุน รวมถึงแผนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขันในตลาด แต่แนวโน้มการดำเนินงานยังคงสดใสและน่าจับตา