2026-07-26T03:20:58+00:00 fin SAT บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) SAT กำไร Q2/2566 โต 6% รับอานิสงส์ยอดขายและปริมาณการผลิตเพิ่ม รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักมาจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตที่สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตที่สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโต 2% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยนี้มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหลัก 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตเป็นผลมาจาก คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ การที่ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นเพียง 2% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพภายใต้ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงมีปริมาณการผลิตที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่คาดว่าจะมีปริมาณการผลิตชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้ว คำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิเติบโต 6% YoY: อยู่ที่ 223 ล้านบาท จาก 210 ล้านบาทในปีก่อน รายได้จากการขายและบริการเพิ่ม 2% YoY: อยู่ที่ 2,153 ล้านบาท จาก 2,105 ล้านบาท ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น: สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมยานยนต์ ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้: อยู่ที่ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย: อยู่ที่ 168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับ 210 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับ 2,105 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรมีปริมาณการผลิตชะลอตัวลงเล็กน้อย ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายขายและบริหารอยู่ที่ 168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน เนื่องจากการสนับสนุนกิจกรรมการดำเนินงาน โอกาส คำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์: การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิต: การบริหารจัดการการผลิตที่สามารถรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นได้ ความเสี่ยง ความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์: การพึ่งพิงอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหลักอาจมีความเสี่ยงหากอุตสาหกรรมดังกล่าวประสบปัญหา อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรชะลอตัว: แม้จะมีการชดเชยจากอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่การชะลอตัวในบางกลุ่มอุตสาหกรรมอาจส่งผลกระทบได้ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสถัดไป การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีนัยสำคัญ) การลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) Utilization Rate: แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับคำสั่งซื้อ บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น Order Book: ฝ่ายจัดการระบุว่ามีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินงานในอนาคต ราคาวัตถุดิบ: เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับรายได้ แสดงว่าการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ GPM: ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย อาจบ่งชี้ถึง GPM ที่ทรงตัวหรือปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย การส่งออก: การเติบโตของคำสั่งซื้อจากอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงการส่งออกที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ค่าเงิน: เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน สินค้าคงคลัง: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิเพิ่มขึ้นจากการลงทุนสนับสนุนการผลิต ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 10,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท จาก 10,351 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิเพิ่มขึ้น 66 ล้านบาท จากการลงทุนสนับสนุนการผลิต หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,383 ล้านบาท ลดลง 2 ล้านบาท จากปีก่อน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท จากปีก่อน เป็นผลจากกำไรจากการดำเนินงาน สรุปท้าย SAT ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้ที่ 6% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตที่สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมยานยนต์ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมดังกล่าว แต่แนวโน้มคำสั่งซื้อที่ยังคงมีอยู่ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยที่สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด