2026-07-26T02:25:29+00:00 fin GULF บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF กำไรสุทธิ Q4/2568 พุ่ง 89.5% YoY รับผลบวกจากการรวมธุรกิจและกำไรพิเศษ รายได้รวมโต 14.1% YoY รับแรงหนุนจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและดาวเทียม ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งสูงจากการรวมธุรกิจและรายการพิเศษ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 8,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 89.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการรับรู้กำไรจากการซื้อธุรกิจและการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ GULF ในไตรมาส 4 ปี 2568 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 89.5% YoY มาจากการรวมกันของ กำไรจากการซื้อธุรกิจ (Gain on business combination) จำนวน 519 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม รวมถึง ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบต่อบริษัทใหญ่และกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากตราสารอนุพันธ์ ที่พลิกจากขาดทุนในปีก่อนมาเป็นกำไรสุทธิ 444 ล้านบาท 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น กำไรจากการซื้อธุรกิจ: เกิดจากการที่กลุ่มบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ทำให้ต้องมีการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน ซึ่งส่งผลให้เกิดกำไรจากการซื้อธุรกิจ ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์: ในไตรมาส 4 ปี 2568 ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทฯ สามารถบันทึกกำไรจากรายการดังกล่าวได้ ต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บันทึกขาดทุน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว โดยกำไรจากการซื้อธุรกิจเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบางโครงการ ส่วนผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์นั้นขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งฝ่ายจัดการได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละไตรมาสอาจแตกต่างกันไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่: อยู่ที่ 8,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.5% YoY และ 21.7% QoQ กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit): อยู่ที่ 7,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.7% YoY และ 8.4% QoQ รายได้รวม: อยู่ที่ 32,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% YoY และ 7.6% QoQ การควบรวมธุรกิจ: มีผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ โดยบันทึกกำไรจากการรวมธุรกิจ 56,120 ล้านบาทในปี 2568 การลงทุนในโครงการใหม่: มีการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม และธุรกิจคลาวด์อย่างต่อเนื่อง ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวม ในไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ 32,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% YoY และ 7.6% QoQ โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่เติบโต 117.5% YoY จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานในประเทศ รวมถึงรายได้ธุรกิจดาวเทียมที่เพิ่มขึ้น 67.4% YoY จากการรับรู้รายได้บริการในอดีต กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 7,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.7% YoY และ 8.4% QoQ โดยหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า เช่น ADVANC, GJP, HKP และ Jackson รวมถึงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 8,852 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.5% YoY และ 21.7% QoQ โดยได้รับผลบวกจากรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการซื้อธุรกิจ 519 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ 444 ล้านบาท สำหรับ ปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 135,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% YoY และมีกำไรสุทธิ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304.8% YoY ซึ่งได้รับผลบวกอย่างมากจากการรวมธุรกิจระหว่าง GULFI และ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท โอกาส การขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาจำนวนมาก ซึ่งจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในอนาคต ธุรกิจคลาวด์และดิจิทัล: การร่วมมือกับ Microsoft ในการให้บริการศูนย์ข้อมูลและการพัฒนานวัตกรรมคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล การบริหารจัดการต้นทุน: การบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ต่ำลง ส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SPP และ IPP การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: โครงการพัฒนำท่ำเรืออุตสำหกรรม MTP3 และโครงการทางหลวงพิเศษ M81, M6 จะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาพลังงาน: แม้ว่า GULF จะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว แต่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างกำไรของโรงไฟฟ้า SPP กฎระเบียบและนโยบายพลังงาน: การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะมีการบริหารจัดการความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ ความล่าช้าของโครงการ: ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไร สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน: การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามแผนที่วางไว้ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต ผลการดำเนินงานของธุรกิจดิจิทัล: การขยายบริการคลาวด์และการร่วมมือกับ Microsoft จะเป็นอย่างไร การบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติ: แนวโน้มราคาและปริมาณการจัดหาก๊าซธรรมชาติจะเป็นอย่างไรต่อไป การรับรู้รายได้จากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน: ความคืบหน้าของโครงการ MTP3 และโครงการทางหลวงพิเศษ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน: ทิศทางค่าเงินบาทและผลการบริหารจัดการความเสี่ยง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ: รายได้ใน Q4/2568 อยู่ที่ 23,416 ล้านบาท ลดลง 7.2% YoY เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า GSRC ลดลงจากการที่ กฟผ. สั่งผลิตไฟฟ้าน้อยลง ประกอบกับการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า SPP 3 โครงการ อย่างไรก็ตาม รายได้เพิ่มขึ้น 0.9% QoQ จากการสั่งผลิตไฟฟ้าจากกลุ่ม GSRC และ GPD เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: รายได้ใน Q4/2568 อยู่ที่ 1,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.5% YoY และ 31.3% QoQ จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานในประเทศ ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากโครงการในเวียดนามที่ค่าเงินอ่อนค่าลง ธุรกิจทรัพยากร: รายได้ใน Q4/2568 อยู่ที่ 4,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% QoQ จากปริมาณการจำหน่ายก๊าซที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางการผลิตไฟฟ้าของกลุ่ม และมีการจำหน่าย LNG ให้แก่ผู้ค้าก๊าซรายอื่นเพื่อบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค: รายได้ใน Q4/2568 อยู่ที่ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.6% YoY แต่ลดลง 2.8% QoQ โดยรายได้มาจากโครงการ MTP3 ซึ่งบันทึกตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ธุรกิจดาวเทียม: รายได้ใน Q4/2568 อยู่ที่ 923 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.4% YoY และ 78.7% QoQ จากการรับรู้รายได้บริการในอดีตที่ศาลมีคำพิพากษาให้คู่กรณีชำระค่าบริการ และความคืบหน้าโครงการจัดหาระบบสถานีภาคพื้นดินกับ GISTDA ธุรกิจดิจิทัล: รายได้ใน Q4/2568 อยู่ที่ 99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% QoQ เป็นรายได้จากธุรกิจคลาวด์ที่เริ่มเปิดให้บริการแก่ลูกค้าตั้งแต่ Q1/2568 ส่วนแบ่งกำไร Core Profit จากบริษัทร่วมและการร่วมค้า: อยู่ที่ 6,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.3% YoY และ 17.2% QoQ โดยหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ ADVANC, GJP, Jackson และการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า HKP หน่วยที่ 2 ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 773,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% YoY จากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การลงทุนในตราสารทุน และการรับรู้ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม หนี้สินรวม: ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 407,911 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% YoY จากการออกหุ้นกู้เพื่อขยายธุรกิจ และเงินกู้ยืมระยะสั้นของ GLNG ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 365,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% YoY จากส่วนเกินมูลค่าหุ้นจากการควบรวมบริษัท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 1.11 เท่า แต่หากพิจารณาตามเงื่อนไขหุ้นกู้ จะอยู่ที่ 0.85 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด กระแสเงินสด: เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 20,473 ล้านบาท แต่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 15,409 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 5,800 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 736 ล้านบาท สรุปท้าย GULF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 89.5% YoY จากปัจจัยพิเศษอย่างกำไรจากการซื้อธุรกิจและผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าจะเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งคราว แต่การเติบโตของรายได้รวม 14.1% YoY จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและดาวเทียม รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ขณะที่การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทั้งพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐาน และดิจิทัล ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน ความล่าช้าของโครงการ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด.