2026-07-26T01:56:37+00:00 fin PTG บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) PTG กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 80.8% YoY รับผลกระทบบริหารสต็อกน้ำมัน รายได้รวมโต 9.7% แต่กำไรขั้นต้น Oil หด เหตุบริหารจัดการกองทุนน้ำมันไม่สอดคล้องราคา บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 50,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 80.8% YoY อยู่ที่ 116 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นในบางช่วงเวลา ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในธุรกิจ Oil ลดลงอย่างมาก Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PTG ในไตรมาส 2/2566 ลดลงอย่างมากถึง 80.8% YoY อยู่ที่ 116 ล้านบาท มาจาก กำไรขั้นต้นในธุรกิจ Oil ที่ลดลงถึง 15.4% YoY ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่ไม่สอดคล้องกับราคาหน้าโรงกลั่นในบางช่วงเวลา ประกอบกับการที่บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจ Oil และ Non-Oil 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น กำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil หดตัว: เอกสารระบุชัดเจนว่าสาเหตุหลักมาจาก "การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นในบางช่วงเวลา" ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลง แม้ว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางจะเพิ่มขึ้นถึง 12.2% YoY เป็น 1,534 ล้านลิตร และการขยายสถานีบริการ PT เพิ่มขึ้น 2.5% YoY เป็น 2,166 สถานี ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 11.8% YoY เป็น 2,714 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น 16.5% YoY จากการขยายธุรกิจและจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น, ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น 6.0% YoY จากการขยายสาขา, ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น 14.9% YoY เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ธุรกิจ Non-Oil และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น 35.5% YoY จากการขยายธุรกิจ Non-Oil และค่า Ft ที่สูงขึ้น 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะถัดไป แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันโดยตรง แต่การที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันยังคงทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ที่แข็งแกร่ง (รายได้โต 53.6% YoY, กำไรขั้นต้นโต 18.4% YoY) ประกอบกับการที่บริษัทฯ ปรับเป้าหมายการเติบโตปริมาณจำหน่ายน้ำมันทั้งปีขึ้นเป็น 10-15% YoY บ่งชี้ว่าฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น Oil จะคลี่คลายลง และการเติบโตของธุรกิจ Non-Oil จะเข้ามาช่วยชดเชยได้ในระยะยาว Highlight สำคัญ รายได้รวมเติบโต 9.7% YoY: อยู่ที่ 50,802 ล้านบาท โดยธุรกิจ Oil โต 7.5% YoY และ Non-Oil โตโดดเด่น 53.6% YoY กำไรสุทธิหดตัว 80.8% YoY: เหลือเพียง 116 ล้านบาท จากผลกระทบกำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil ที่ลดลง ธุรกิจ Non-Oil เติบโตแข็งแกร่ง: รายได้เพิ่มขึ้น 53.6% YoY เป็น 3,337 ล้านบาท และสัดส่วนกำไรขั้นต้น Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็น 21.0% ปริมาณขายน้ำมันทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง: เติบโต 12.2% YoY เป็น 1,534 ล้านลิตร โดยเฉพาะช่องทางค้าปลีกที่เติบโต 12.0% YoY ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.8% YoY: จากการขยายสาขาและการลงทุนในแบรนด์ Non-Oil ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2566 PTG มีรายได้รวม 50,802 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 0.3% QoQ โดยรายได้จากธุรกิจ Oil อยู่ที่ 47,465 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% YoY ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil เติบโตอย่างก้าวกระโดด 53.6% YoY เป็น 3,337 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 11.3% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 10.1% YoY อยู่ที่ 3,085 ล้านบาท โดยกำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil ลดลง 15.4% YoY เป็น 2,436 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้น 18.4% YoY เป็น 649 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 11.8% YoY ทำให้ EBITDA ลดลง 28.9% YoY และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 80.8% YoY อยู่ที่ 116 ล้านบาท โอกาส การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว: ส่งผลดีต่อปริมาณการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวที่กลับมาเติบโต การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil: ทั้งธุรกิจก๊าซ LPG และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้า การขยายสถานีบริการน้ำมันและธุรกิจ Non-Oil: บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน PT และสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ในอนาคต การปรับเป้าหมายการเติบโตปริมาณจำหน่ายน้ำมัน: การปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตปริมาณจำหน่ายน้ำมันทั้งปีขึ้นเป็น 10-15% YoY สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาน้ำมันและต้นทุน: การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่ไม่สอดคล้องกับราคาตลาดอาจส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นในธุรกิจ Oil ได้ การแข่งขันในธุรกิจ Non-Oil: แม้จะมีการเติบโตที่ดี แต่การแข่งขันในธุรกิจร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อยังคงสูง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น: จากการขยายสาขาและการลงทุนในแบรนด์ใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น ปัจจัยมหภาค: ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก, อัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง, และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและปริมาณการใช้น้ำมัน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน: ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันให้สอดคล้องกับราคาตลาด เพื่อลดผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil: การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นในธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทยและธุรกิจ LPG การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การปรับประมาณการเป้าหมายปี 2566: การติดตามการปรับเป้าหมายต่างๆ เช่น ยอดขาย Non-Oil และ EBITDA ว่าจะสามารถทำได้ตามที่คาดการณ์หรือไม่ การขยายสาขา EV Charging: การเติบโตของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ราคา Commodity/ASP: ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันอยู่ที่ 30.94 บาทต่อลิตร ลดลง 4.1% YoY และ 4.5% QoQ ส่วนราคาขายเฉลี่ยก๊าซ LPG อยู่ที่ 13.19 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 22.7% YoY และ 2.5% QoQ ปริมาณขาย-ผลิต: ปริมาณจำหน่ายน้ำมันรวมเพิ่มขึ้น 12.2% YoY เป็น 1,534 ล้านลิตร โดยค้าปลีก 1,473 ล้านลิตร (+12.0% YoY) และค้าส่ง 61 ล้านลิตร (+17.7% YoY) ปริมาณจำหน่ายก๊าซ LPG รวมเพิ่มขึ้น 28.0% YoY เป็น 154 ล้านลิตร โดย Auto LPG 108 ล้านลิตร (+20.7% YoY) และครัวเรือน/อุตสาหกรรม 46 ล้านลิตร (+49.0% YoY) ต้นทุนต่อหน่วย: ต้นทุนขายธุรกิจ Oil เพิ่มขึ้น 9.2% YoY สอดคล้องกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น กำลังการผลิต: ไม่ได้ระบุในเอกสาร โครงการลงทุน: มีการขยายสถานีบริการน้ำมัน PT เพิ่มขึ้น 2.5% YoY เป็น 2,166 สถานี และขยายสาขา Non-Oil รวม 1,805 สาขา (+38.2% YoY) โดยเฉพาะร้านกาแฟพันธุ์ไทย 703 สาขา (+71.5% YoY) และสถานีชาร์จ EV 46 จุด (+170.6% YoY) กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม: มีการกล่าวถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 37 สถานี และโครงการโรงไฟฟ้าขยะ 4.5 MW ที่คาด COD ปี 2568 ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 45,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 36,817 ล้านบาท ลดลง 0.1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและลูกหนี้การค้า แต่ลดลงจากการครบกำหนดชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2565 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,860 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีเงินสดจ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวรและสินทรัพย์สิทธิการใช้จำนวนมาก และมีการจ่ายเงินปันผล 334 ล้านบาท สรุปท้าย PTG ในไตรมาส 2/2566 เผชิญแรงกดดันจากกำไรขั้นต้นธุรกิจ Oil ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันที่ไม่สอดคล้องกับราคาตลาด แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายน้ำมันและก๊าซ LPG รวมถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจ Non-Oil อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของธุรกิจ Non-Oil และการปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตปริมาณจำหน่ายน้ำมันทั้งปี สะท้อนความคาดหวังว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป โดยต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจอย่างใกล้ชิด