Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

PTTEP สรุปผลประกอบการ Q2/2566

PTTEP กำไร Q2/2566 พลิกบวกจากรายการพิเศษ รับแรงกดดันราคาขายเฉลี่ยลดลง รายได้-กำไรปรับตามราคาพลังงานโลก ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและเดินหน้าโครงการใหม่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 610 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้น 41 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง แต่การพลิกกลับมามีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะจากอัตราแลกเปลี่ยนและอนุพันธ์ทางการเงิน เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจกำไรในไตรมาส 2 ปี 2566 ของ PTTEP มาจากการพลิกกลับมารับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะจากผลของอัตราแลกเปลี่ยนและอนุพันธ์ทางการเงิน ซึ่งชดเชยผลกระทบจากกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ลดลงเล็กน้อย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติพลิกเป็นบวก: ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทรับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติจำนวน 25 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุน 23 ล้านดอลลาร์ สรอ. ในไตรมาส 1 ปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการรับรู้กำไรจากสัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าจำนวน 27 ล้านดอลลาร์ สรอ. เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่รับรู้ขาดทุน 44 ล้านดอลลาร์ สรอ. จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2566 ยังมีกำไรจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน 2 ล้านดอลลาร์ สรอ. ซึ่งแตกต่างจากไตรมาส 2 ปี 2565 ที่รับรู้ขาดทุนจากรายการนี้ กำไรจากการดำเนินงานปกติลดลงเล็กน้อย: แม้ว่ากำไรสุทธิโดยรวมจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรจากการดำเนินงานปกติกลับลดลง 7 ล้านดอลลาร์ สรอ. มาอยู่ที่ 585 ล้านดอลลาร์ สรอ. สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 269 ล้านดอลลาร์ สรอ. ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยต่อบาร์เรลที่ลดลง 9% มาอยู่ที่ 45.72 ดอลลาร์ สรอ. (จาก 50.01 ดอลลาร์ สรอ. ในไตรมาส 1) และปริมาณการขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลง 3% มาอยู่ที่ 444,868 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน นอกจากนี้ ค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้น 68 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยหลักจากโครงการ G2/61 (บงกช) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ลักษณะครั้งคราว ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิพลิกเป็นบวกในไตรมาสนี้มาจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะผลจากอัตราแลกเปลี่ยนและอนุพันธ์ทางการเงิน ซึ่งมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานด้านการดำเนินงานปกติยังคงเผชิญแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงและปริมาณการขายที่ลดลงเล็กน้อย ทำให้แนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะสั้นยังคงต้องพึ่งพิงปัจจัยภายนอกเหล่านี้เป็นสำคัญ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/2566 เพิ่มขึ้น 7% QoQ สู่ 610 ล้านดอลลาร์ สรอ. แม้รายได้จากการขายลดลง แต่พลิกมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ ราคาขายเฉลี่ยลดลง 9% QoQ สู่ 45.72 ดอลลาร์ สรอ./BOE จากราคาขายน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลงตามตลาดโลก ปริมาณขายเฉลี่ยลดลง 3% QoQ สู่ 444,868 BOE/วัน หลักจากโครงการบงกชสิ้นสุดสัมปทาน ความคืบหน้าโครงการ G1/61 (เอราวัณ) เพิ่มกำลังการผลิตสู่ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ตามแผนงาน ลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิตแปลงสำรวจ G1/65 และ G3/65 ในอ่าวไทย พร้อมเดินหน้าศึกษาโครงการกรีนไฮโดรเจนในโอมาน ภาพรวมผลประกอบการ รายได้จากการขาย ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 2,383 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลง 269 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 10.1 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 และลดลง 459 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 16.1 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยหลักจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่ลดลง กำไรสุทธิ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 610 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้น 41 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 และเพิ่มขึ้น 10 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการรับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากอัตราแลกเปลี่ยนและอนุพันธ์ทางการเงิน รวมถึงสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน EBITDA อยู่ที่ 1,816 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลง 110 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 5.7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 และลดลง 311 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือร้อยละ 14.6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 26.41 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จาก 25.76 ดอลลาร์ สรอ. ในไตรมาส 1 ปี 2566 โอกาส การเพิ่มกำลังการผลิตโครงการ G1/61 (เอราวัณ): โครงการบรรลุเป้าหมายการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง การลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิตแปลงสำรวจใหม่: การได้สิทธิในแปลง G1/65 และ G3/65 ในอ่าวไทย เป็นโอกาสในการขยายการสำรวจและผลิตในอนาคต การลงทุนในธุรกิจใหม่: การชนะประมูลโครงการกรีนไฮโดรเจนในโอมาน และความคืบหน้าของธุรกิจเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (ARV) รวมถึงธุรกิจอื่นๆ เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทคาดว่าจะสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับที่ลดลงจากปีก่อนหน้าได้ ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ: ราคาขายเฉลี่ยได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ซึ่งได้รับแรงกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย ปริมาณการขายที่ลดลง: ปริมาณการขายเฉลี่ยลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบของการสิ้นสุดสัมปทานโครงการบงกช และการลดลงของสัดส่วนการขายในบางโครงการ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง: ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว นโยบายการเงินที่เข้มงวด และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์พลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน ความล่าช้าของโครงการ: โครงการในต่างประเทศบางโครงการ เช่น โมซัมบิก แอเรีย 1 ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ: ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงนโยบายของกลุ่ม OPEC+ และผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ความคืบหน้าโครงการ G1/61 (เอราวัณ): การเพิ่มกำลังการผลิตสู่ระดับ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันภายในปี 2567 ความคืบหน้าโครงการกรีนไฮโดรเจนในโอมาน: การศึกษาความเป็นไปได้และมูลค่าการลงทุน ผลการดำเนินงานของธุรกิจใหม่: การเติบโตและการสร้างรายได้จาก ARV และธุรกิจ Beyond E&P อื่นๆ การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการรักษาต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขาย: ราคาขายเฉลี่ย (รวมทุกผลิตภัณฑ์): ไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 45.72 ดอลลาร์ สรอ./BOE ลดลง 9% QoQ และ 18% YoY ปริมาณการขายเฉลี่ย: ไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 444,868 BOE/วัน ลดลง 3% QoQ และ 4% YoY โครงการสำคัญ: G1/61 (เอราวัณ): เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติสู่ 400 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน และมีแผนเพิ่มเป็น 800 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน ในปี 2567 G2/61 (บงกช): ผลิตก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 840 ล้าน ลบ.ฟุต/วัน โครงการในโอมาน (กรีนไฮโดรเจน): ชนะการประมูลแปลง Z1-02 อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ คาดผลิตกรีนไฮโดรเจน 2.2 แสนตัน/ปี และกรีนแอมโมเนีย 1.2 ล้านตัน/ปี การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 1.9 ล้านตัน CO2e (11.2% จากปีฐาน 2563) อยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบโครงการ CCS ที่แหล่งอาทิตย์ และแหล่งลังเลอบาห์ เร่งดำเนินการโครงการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Offset) ผ่านการปลูกป่าชายเลนและป่าบก ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 24,336 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลง 832 ล้านดอลลาร์ สรอ. จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง และสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี หนี้สินรวม: ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 10,259 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลง 1,394 ล้านดอลลาร์ สรอ. จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 14,077 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้น 562 ล้านดอลลาร์ สรอ. จากสิ้นปี 2565 จากกำไรสุทธิสำหรับงวด อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 0.26 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำและแข็งแกร่ง กระแสเงินสด: เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 474 ล้านดอลลาร์ สรอ. สู่ 3,065 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยมีเงินสดรับสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,848 ล้านดอลลาร์ สรอ. และเงินสดจ่ายสุทธิในการลงทุน 2,322 ล้านดอลลาร์ สรอ. สรุปท้าย PTTEP ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้จากการรับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะผลจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าผลการดำเนินงานปกติจะเผชิญแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงและปริมาณการขายที่ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงความคืบหน้าในการดำเนินงานที่สำคัญ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตในโครงการหลัก การได้มาซึ่งแปลงสำรวจใหม่ และการเดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต เช่น กรีนไฮโดรเจนและเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป