2026-07-26T01:56:30+00:00 fin QH บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) QH กำไร Q2/66 พุ่ง 30% รับอานิสงส์ธุรกิจโรงแรมฟื้น-ส่วนแบ่งกำไรบจ.ร่วมโต รายได้รวมโต 11% สวนทางธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานหด เหตุโรงแรมกลับมาคึกคักหลังโควิดคลี่คลาย บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 2,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงทรงตัว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ QH ในไตรมาส 2 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 30% มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม และการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ QH ในไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโต 30% (154 ล้านบาท) มาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) กำไรขั้นต้นจากธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้น 71 ล้านบาท และ 2) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 75 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว: การคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตถึง 81% (120 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นในส่วนนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเติบโต: บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 21% (75 ล้านบาท) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก บมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป ที่เพิ่มขึ้นถึง 128% (41 ล้านบาท) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ ที่เพิ่มขึ้น 100% (10 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทร่วมเหล่านี้ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอาจมีความผันผวนตามผลประกอบการของแต่ละบริษัทร่วมนั้นๆ แต่โดยรวมแล้ว ปัจจัยบวกจากธุรกิจโรงแรมและการบริหารจัดการบริษัทร่วมที่ดีมีแนวโน้มจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 30% YoY: อยู่ที่ 669 ล้านบาท จาก 515 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวม Q2/66 เพิ่มขึ้น 11% YoY: อยู่ที่ 2,499 ล้านบาท จาก 2,258 ล้านบาท ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวโดดเด่น: รายได้โต 81% YoY จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 21% YoY: หนุนกำไรสุทธิโดยรวม ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานลดลง 55% YoY: จากการหมดสัญญาเช่าที่ดินอาคารคิวเฮ้าส์ อโศก ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 12% YoY: สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 8% (150 ล้านบาท) ซึ่งมาจากรายได้บ้านพร้อมที่ดินที่เพิ่มขึ้น 2% และรายได้คอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นถึง 39% ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของรายได้ธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นถึง 81% (120 ล้านบาท) จากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานลดลง 55% (42 ล้านบาท) เนื่องจากอาคารคิวเฮ้าส์ อโศก สิ้นสุดสัญญาเช่าที่ดิน ในส่วนของต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 12% (180 ล้านบาท) โดยต้นทุนการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 11% และต้นทุนธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 44% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 21% (75 ล้านบาท) โดยเฉพาะจาก บมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 25% (30 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ธุรกิจโรงแรม ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 15% (60 ล้านบาท) จากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับผลประกอบการสะสม 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,465 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% และมีกำไรสุทธิ 1,262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% โอกาส การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้และกำไรของธุรกิจโรงแรม ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องไป การเปิดขายโครงการใหม่: ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ ได้เปิดขายโครงการบ้านใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,247 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต การเติบโตของบริษัทร่วม: ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุน ความเสี่ยง การสิ้นสุดสัญญาเช่า: การสิ้นสุดสัญญาเช่าที่ดินของอาคารสำนักงานคิวเฮ้าส์ อโศก ส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้อย่างมีนัยสำคัญ ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์: การแข่งขันที่สูงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อยอดขายและการโอนโครงการ ต้นทุนการก่อสร้าง: ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มรายได้ธุรกิจโรงแรม: การเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่: โครงการบ้านใหม่ที่เปิดขายจะสามารถสร้างยอดขายและรายได้ได้มากน้อยเพียงใด ผลประกอบการของบริษัทร่วม: โดยเฉพาะ บมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนการขายอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนธุรกิจโรงแรม การบริหารจัดการหนี้สิน: การออกหุ้นกู้และการจ่ายคืนเงินกู้ยืม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของ QH เพิ่มขึ้น 8% เป็น 2,120 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น 2% และรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นถึง 39% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียม อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปี บริษัทฯ ได้เปิดขายโครงการบ้านใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,247 ล้านบาท และปิดโครงการบ้านไป 3 โครงการ ซึ่งเป็นสัญญาณของการบริหารจัดการพอร์ตโครงการอย่างต่อเนื่อง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 43,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 456 ล้านบาท และเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท แต่ที่ดินและงานระหว่างก่อสร้างลดลง 390 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท แต่มีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวรวม 1,800 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 0.1% อยู่ที่ 27,815 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 1,071 ล้านบาท แม้ว่าจะมีกำไรสุทธิ 6 เดือนแรก 1,262 ล้านบาทก็ตาม สรุปท้าย QH ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 30% จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม แม้ว่าธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานจะได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญาเช่า แต่การบริหารจัดการพอร์ตโครงการอสังหาริมทรัพย์และการเปิดโครงการใหม่ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะต่อไป นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการท่องเที่ยวและผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด