2026-07-26T01:56:22+00:00 fin RBF บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) RBF Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 30.96% รับแรงหนุนยอดขายต่างประเทศและผลิตภัณฑ์กำไรสูง ยอดขายต่างประเทศโตเด่น 50.66% ดันกำไร RBF ไตรมาส 2/2566 พุ่ง 30.96% ขณะที่ GPM ขยายตัวจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์กำไรสูง บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 152.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 7.94% และการบริหารจัดการต้นทุนและส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RBF ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในต่างประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 50.66% YoY และ การปรับเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ขยายตัวจาก 34.23% เป็น 36.71% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่สัดส่วนรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงเติบโตได้ดีกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรต่ำ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน เพิ่มขึ้น 30.96% YoY 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของยอดขายต่างประเทศมาจากลูกค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร รวมถึงกลุ่มแป้งและซอสที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของ GPM เกิดจากการที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและปรับสัดส่วนการขายไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงได้ดีขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่หลากหลาย 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการขยายตลาดลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน GPM อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในอนาคต Highlight สำคัญ กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น: กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 152.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.96% YoY รายได้รวมขยายตัว: รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,056.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.94% YoY ยอดขายต่างประเทศพุ่งแรง: ยอดขายต่างประเทศเติบโต 50.66% YoY คิดเป็น 104.95 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น: GPM อยู่ที่ 36.71% เพิ่มขึ้นจาก 34.23% YoY ต้นทุนการขายและบริหารคุมได้: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.93% YoY สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 RBF มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,056.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.94% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายต่างประเทศที่เติบโตถึง 50.66% และการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอส รวมถึงวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3.87% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 15.76% YoY และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 36.71% เพิ่มขึ้นจาก 34.23% YoY ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.93% YoY สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือน ค่าไฟฟ้า ค่าเสื่อมราคา และค่านายหน้า อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนโดยรวมยังคงมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน อยู่ที่ 152.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.96% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.42% สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 2,111.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.60% YoY และมีกำไรสุทธิ 299.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.14% YoY โดย GPM สำหรับงวด 6 เดือน อยู่ที่ 36.42% เพิ่มขึ้นจาก 35.89% YoY โอกาส การขยายตลาดต่างประเทศ: ยอดขายต่างประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว การเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง: การที่สัดส่วนรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น ช่วยหนุน GPM และความสามารถในการทำกำไรโดยรวม การขยายฐานลูกค้า: การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม กิจการค้าปลีกทั่วไป และค้าปลีกขนาดใหญ่ แสดงถึงการกระจายความเสี่ยงและโอกาสในการเติบโตในหลากหลายช่องทาง ความเสี่ยง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในไตรมาส 2/2566 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต ต้นทุนวัตถุดิบ: ความผันผวนของราคาวัตถุดิบทางการเกษตรอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาหารและส่วนผสมอาหารอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มยอดขายต่างประเทศ: ติดตามการเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: จับตาความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบหลักและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัท การขยายกำลังการผลิตและการลงทุน: ตรวจสอบแผนการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน: ติดตามผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินที่มีต่อผลประกอบการ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหลักโดยตรง แต่ชี้แจงว่า GPM ที่เพิ่มขึ้นมาจากสัดส่วนรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงเติบโตมากกว่ากลุ่มที่มีอัตรากำไรต่ำ Volume: ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 104.95 ล้านบาท (YoY 50.66%) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร และกลุ่มแป้งและซอส GPM: อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 34.23% เป็น 36.71% (YoY) สำหรับไตรมาส 2 และจาก 35.89% เป็น 36.42% (YoY) สำหรับ 6 เดือนแรก ช่องทางขาย: ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น ขณะที่ลูกค้าอุตสาหกรรม, ลูกค้าปลีกทั่วไป และค้าปลีกขนาดใหญ่ ก็มีการเติบโตเช่นกัน สต็อก: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 19.20 ล้านบาท โดยมีสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้าระหว่างทางลดลง อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 3.69 ล้านบาทในไตรมาส 2 และยอดขายต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ฤดูกาลผลิต: เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,285.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดลดลงจากการดำเนินงานและการจ่ายเงินปันผล ขณะที่ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการลงทุน ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 6.37% มาอยู่ที่ 756.27 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.02% มาอยู่ที่ 4,529.44 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.17 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ 379.76 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 260.09 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 209.99 ล้านบาท เป็นผลจากการจ่ายเงินปันผล สรุปท้าย RBF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 30.96% จากการเติบโตของยอดขายต่างประเทศที่โดดเด่นและการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์กำไรสูง แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนวัตถุดิบ แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดต่างประเทศและผลิตภัณฑ์หลักยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในระยะต่อไป