Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin RJH บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน)

RJH กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 78% รับผลกระทบไร้รายได้โควิด-19

รายได้ประกันสังคม-ผู้ป่วยนอกยังเติบโต แต่ชดเชยผลกระทบจากปีก่อนไม่ได้ บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 93.7 ล้านบาท ลดลง 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปและรายได้จากประกันสังคมที่ยังเติบโต แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้จากโควิด-19 ที่หายไปอย่างสิ้นเชิงได้ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ RJH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การหายไปของรายได้จากโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปจะเติบโต 20% และรายได้จากประกันสังคมเติบโต 23% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักมาจากการที่ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากโควิด-19 เป็นจำนวนมากถึง 602.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ในขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2566 สถานการณ์คลี่คลายลง ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมของกิจการโรงพยาบาลที่ลดลงถึง 48% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ การไม่มีรายได้จากโควิด-19 ยังทำให้บริษัทฯ ไม่ได้รับประโยชน์จากการประหยัดเนื่องจากขนาด (Economies of scale) ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 46.2% ในปีก่อนเป็น 71.3% ในไตรมาสนี้ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว โดยผลกระทบจากการหายไปของรายได้โควิด-19 เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2566 ถือเป็นช่วงที่ผลกระทบดังกล่าวปรากฏชัดเจนที่สุด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ารายได้จากผู้ป่วยนอกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโควิด-19 มีการเติบโต 18% และรายได้จากประกันสังคมก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับรายได้หลักของธุรกิจในระยะยาว Highlight สำคัญ กำไรสุทธิลดลง 78% YoY: อยู่ที่ 93.7 ล้านบาท จาก 423.95 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวมลดลง 48% YoY: อยู่ที่ 544.6 ล้านบาท จาก 1,054.4 ล้านบาทในปีก่อน รายได้จากโควิด-19 หายไป: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้น รายได้ผู้ป่วยนอกเติบโต 18% YoY: รายได้เฉลี่ยต่อรายเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,000 บาท รายได้ประกันสังคมเติบโต 23% YoY: จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เหมาจ่ายรายหัวและรายได้จากการรักษาโรคซับซ้อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลง: จาก 53.8% ในปีก่อน เหลือ 28.7% ในไตรมาสนี้ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้น: จาก 46.2% เป็น 71.3% เนื่องจากไม่มีรายได้โควิด-19 มาช่วยลดต้นทุน ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 RJH มีรายได้รวม 544.6 ล้านบาท ลดลง 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปจะเติบโต 20% และรายได้จากประกันสังคมเติบโต 23% ก็ตาม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 72% มาอยู่ที่ 156.0 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 78% มาอยู่ที่ 93.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 16.7% ลดลงจาก 39.6% ในปีก่อน โอกาส การเติบโตของรายได้ผู้ป่วยนอก: รายได้จากผู้ป่วยนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เติบโต 18% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อราย การเติบโตของรายได้ประกันสังคม: รายได้จากประกันสังคมเติบโต 23% YoY จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เหมาจ่ายรายหัวและรายได้จากการรักษาโรคซับซ้อน การกลับมาใช้บริการของคนไข้: อัตราการครองเตียงผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นจาก 44% เป็น 52% สะท้อนถึงการกลับมาใช้บริการหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การขยายโครงการโรงพยาบาล: มีการมัดจำค่าที่ดินโครงการโรงพยาบาลราชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล (ถ.ร่มเกล้า) และการมัดจำเครื่องฉายรังสี ซึ่งบ่งชี้ถึงแผนการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต ความเสี่ยง การพึ่งพารายได้จากโควิด-19 ในอดีต: การที่รายได้จากโควิด-19 หายไปส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โรคระบาด ต้นทุนการประกอบกิจการที่สูงขึ้น: อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่มีรายได้โควิด-19 มาช่วยลดต้นทุน การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล: อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันสุขภาพ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยนอกและประกันสังคม: การเติบโตของรายได้หลักของบริษัทฯ จะสามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากโควิด-19 ได้ต่อเนื่องหรือไม่ การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทฯ จะสามารถควบคุมและลดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างไร ความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลใหม่: การลงทุนในโครงการโรงพยาบาลราชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล จะส่งผลต่อการเติบโตในอนาคตอย่างไร การเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ: นโยบายที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันสังคมและค่ารักษาพยาบาลอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้รักษาพยาบาลทั่วไป: เพิ่มขึ้น 20% YoY โดยรายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 18% YoY จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและรายได้เฉลี่ยต่อรายที่สูงขึ้นจาก 1,700 บาท เป็นประมาณ 2,000 บาท รายได้ผู้ป่วยใน: เพิ่มขึ้น 24% YoY โดยมีอัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้นจาก 44% เป็น 52% แม้รายได้เฉลี่ยต่อรายจะลดลงเล็กน้อยจาก 50,000 บาท เป็น 48,000 บาท เนื่องจากสัดส่วนเคสเด็กที่มากขึ้น รายได้ประกันสังคม: เพิ่มขึ้น 23% YoY จากการเพิ่มขึ้นของรายได้เหมาจ่ายรายหัวและรายได้จากการรักษาโรคซับซ้อน รวมถึงค่าอุปกรณ์ โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตนและอัตราเหมาจ่ายที่สูงขึ้น ต้นทุนการประกอบกิจการ: เพิ่มขึ้นเป็น 71.3% ของรายได้ จาก 46.2% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่มีรายได้โควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของการใช้บริการของผู้ประกันสังคม ทำให้ต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมแพทย์สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายบริหาร: ลดลง 3% YoY เนื่องจากมีการเลิกจ้างพนักงานชั่วคราวช่วงโควิด-19 และการปรับลดโบนัส ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ลดลงมาอยู่ที่ 3,470.8 ล้านบาท จาก 4,316.1 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าจากการได้รับชำระหนี้โควิด-19 และมูลค่าเงินลงทุนที่ลดลง หนี้สินรวม: ลดลงมาอยู่ที่ 1,184.4 ล้านบาท จาก 1,592.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 แม้จะมีการเบิกเงินกู้ระยะยาวเพิ่ม แต่ได้มีการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจำนวนมาก ส่วนของผู้ถือหุ้น: ลดลงมาอยู่ที่ 2,286.4 ล้านบาท จาก 2,723.7 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลและการลดลงของมูลค่าเงินลงทุนในหุ้น RAM สรุปท้าย RJ H ประสบกับผลประกอบการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก การหายไปของรายได้จากโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยที่เคยสนับสนุนผลประกอบการอย่างมากในปีก่อน แม้ว่ารายได้หลักจากการรักษาพยาบาลทั่วไปและประกันสังคมจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยเป็นสัญญาณบวกสำหรับทิศทางในอนาคต นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและการเติบโตของรายได้หลักอย่างใกล้ชิด รวมถึงความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว