Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin PRTR บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

PRTR กำไรสุทธิทรงตัว Q2/2566 รับรายได้รวมโต 4% แต่ GPM หดตัว

รายได้รวมโต 4% จากธุรกิจหลักหนุน แต่ต้นทุนบริการพุ่งกระทบอัตรากำไรขั้นต้น ฝ่ายบริหารชี้แจงปัจจัยการเปลี่ยนแปลง บริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRTR รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 3,082.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิทรงตัวอยู่ที่ 96.5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการให้บริการที่เติบโตต่อเนื่องในธุรกิจจัดจ้างพนักงาน (Outsource) และบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) รวมถึงการเปิดตัวธุรกิจใหม่ HRIS Platform แต่ต้นทุนการให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อย Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญของผลประกอบการ PRTR ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 คือ การเติบโตของรายได้รวมที่ 4.0% ซึ่งขับเคลื่อนหลักโดยธุรกิจ Outsource และ Recruitment ที่ยังคงขยายตัวได้ดี ประกอบกับการเปิดตัวธุรกิจใหม่ HRIS Platform อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับลดลงจาก 10.7% เป็น 10.2% เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิไม่สามารถเติบโตตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากหลายส่วน: ธุรกิจ Outsource: รายได้เพิ่มขึ้น 3.5% จากการได้ลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มค้าปลีก อุตสาหกรรม และวัสดุก่อสร้าง รวมถึงการจ่ายโบนัสให้พนักงาน Outsource ทำให้จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 16,496 คน ธุรกิจ Recruitment: รายได้เพิ่มขึ้น 6.1% จากความต้องการสรรหาบุคลากรที่เพิ่มขึ้น และการได้ลูกค้าใหม่ โดยสามารถสรรหาพนักงานได้กว่า 600 ตำแหน่งในไตรมาส 2 ธุรกิจใหม่: บริการฝึกอบรม (Integrated Learning Service) มีรายได้เติบโต 95.2% และ HRIS Platform เริ่มมีรายได้เข้ามา ส่วนที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเกิดจาก: ต้นทุนบริการธุรกิจ Outsource เพิ่มขึ้น 3.9%: เป็นผลจากต้นทุนเงินเดือนและค่าแรงพนักงานที่สูงขึ้นจากการขยายฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการจ่ายค่าเบี้ยขยันและคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายสินค้าที่สูงขึ้นของลูกค้า ต้นทุนบริการ Recruitment เพิ่มขึ้น 27.4%: มาจากการขยายทีมพนักงานสรรหาเพื่อรองรับการเติบโต การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่น ๆ (Variable Income) ของพนักงาน: ซึ่งมีอัตราค่าบริการต่ำกว่ารายได้ประจำ (Fixed Income) การขยายทีมพนักงานสรรหา: เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการเติบโตของรายได้ จากการขยายธุรกิจ Outsource และ Recruitment ที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดี รวมถึงการเติบโตของธุรกิจบริการใหม่ๆ อย่าง HRIS Platform ที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการเสริมให้ PRTR เป็น Total HR Solutions อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น ต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 4.0% เป็น 3,082.4 ล้านบาท จาก 2,962.6 ล้านบาทในปีก่อน กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 ทรงตัว อยู่ที่ 96.5 ล้านบาท เทียบกับ 96.5 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง จาก 10.7% เป็น 10.2% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.9% เป็น 204.0 ล้านบาท จาก 185.6 ล้านบาท สาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายธุรกิจใหม่ HRIS Platform, การเพิ่มจำนวนพนักงาน และค่าใช้จ่าย IPO ต้นทุนทางการเงินลดลง 32.7% เหลือ 7.0 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น หลัง IPO สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 27.8% เป็น 1,924.7 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 218.0% เป็น 1,434.7 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 53.5% เป็น 489.9 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 PRTR มีรายได้รวม 3,082.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จาก 2,962.6 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้บริการ 3,075.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากการเติบโตของธุรกิจจัดจ้างพนักงาน (Outsource) และบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ HRIS Platform อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 2,762.2 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 10.7% เป็น 10.2% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 9.9% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 96.5 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โอกาส การเติบโตของธุรกิจหลัก: ธุรกิจจัดจ้างพนักงาน (Outsource) และบริการสรรหาพนักงาน (Recruitment) ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากความต้องการบุคลากรในหลากหลายอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการใหม่: การเปิดตัว HRIS Platform และการเติบโตของ Integrated Learning Service จะช่วยเสริมให้ PRTR เป็น Total HR Solutions ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบวงจร การขยายฐานลูกค้า: การได้ลูกค้ารายใหม่ในกลุ่มค้าปลีก อุตสาหกรรม และวัสดุก่อสร้าง เป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตในอนาคต ความเสี่ยง ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น: การปรับขึ้นเงินเดือนและค่าแรงพนักงาน รวมถึงการจ่ายโบนัส อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น การแข่งขันในธุรกิจบริการ: การแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมบริการทรัพยากรบุคคล อาจกดดันราคาค่าบริการ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: การลงทุนในธุรกิจใหม่และการขยายทีมงานส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวสูงขึ้น สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM): การบริหารจัดการต้นทุนบริการและราคาค่าบริการ เพื่อรักษาระดับ GPM ในช่วงที่ต้นทุนแรงงานมีแนวโน้มสูงขึ้น การเติบโตของธุรกิจใหม่: ความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรจาก HRIS Platform และ Integrated Learning Service การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร: โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจและพนักงาน การจ่ายโบนัสให้พนักงาน Outsource: ผลกระทบต่อต้นทุนและกำไรในแต่ละไตรมาส รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการให้บริการ: เติบโต 3.9% โดยธุรกิจ Outsource เพิ่มขึ้น 3.5% และ Recruitment เพิ่มขึ้น 6.1% สะท้อนความต้องการแรงงานที่ยังคงมีอยู่ ต้นทุนการให้บริการ: เพิ่มขึ้น 4.5% โดยเฉพาะต้นทุนบริการ Outsource ที่เพิ่มขึ้นตามรายได้และค่าแรงพนักงาน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ลดลงเล็กน้อยจาก 10.7% เป็น 10.2% เนื่องจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นและโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไป ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้น 9.9% จากการลงทุนในธุรกิจใหม่ การเพิ่มพนักงาน และค่าใช้จ่าย IPO ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ต้นทุนทางการเงิน: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชำระคืนเงินกู้ยืม ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,924.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากธนาคารหลังการ IPO และการลงทุนในสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (HRIS Platform) หนี้สินรวมลดลง 53.5% เหลือ 489.9 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 218.0% เป็น 1,434.7 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO และกำไรสะสม กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 115.8 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 196.6 ล้านบาท เป็นการลงทุนในเงินฝากประจำและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน สำหรับกิจกรรมจัดหาเงิน มีเงินสดรับสุทธิ 321.5 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO แม้จะมีการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล สรุปท้าย PRTR ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจหลักและธุรกิจใหม่ แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิทรงตัว ฝ่ายบริหารได้ชี้แจงปัจจัยต่างๆ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการบริหาร อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนจากการ IPO ทำให้ฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจใหม่เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป