2026-07-25T09:25:54+00:00 fin PICO บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) PICO Q2/2566 พลิกกำไรโตแรง 2,622% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-งานอีเวนต์คึกคัก รายได้รวมพุ่ง 25% หนุนกำไรสุทธิก้าวกระโดด ฝ่ายจัดการชี้เศรษฐกิจกลับมาเป็นปัจจัยหลัก บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ PICO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2566 มีรายได้จากการให้บริการรวม 309.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 2,622% มาอยู่ที่ 20.5 ล้านบาท Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PICO ในไตรมาส 2/2566 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ ซึ่งเติบโตถึง 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 2,622% จาก 0.8 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 20.5 ล้านบาทในไตรมาสนี้ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของรายได้โดยรวม 25% มาจากการที่ภาครัฐได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของ ธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการที่เพิ่มขึ้นถึง 60.6 ล้านบาท เป็น 225.4 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่กลับมาคึกคัก นอกจากนี้ ธุรกิจกิจกรรมทางการตลาดก็เติบโตได้ดีเช่นกัน เพิ่มขึ้น 22.9 ล้านบาท เป็น 60.8 ล้านบาท แม้ว่าธุรกิจศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์จะลดลง แต่ผลบวกจากสองธุรกิจหลักก็สามารถชดเชยได้ทั้งหมด อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของงวดนี้อยู่ที่ 27.1% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 21.7% แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12% ซึ่งสอดคล้องกับผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยอิงจากปัจจัยหลักคือการผ่อนคลายมาตรการและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่คาดว่าจะดำเนินต่อไปในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ที่ยังคงลดลง อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูเพิ่มเติม Highlight สำคัญ กำไรสุทธิพุ่ง 2,622% YoY: จาก 0.8 ล้านบาท เป็น 20.5 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2566 รายได้รวมเติบโต 25% YoY: แตะ 309.9 ล้านบาท จาก 247.9 ล้านบาท ธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการฟื้นตัวเด่น: รายได้เพิ่ม 37% เป็น 225.4 ล้านบาท ธุรกิจกิจกรรมทางการตลาดเติบโต 60%: รายได้เพิ่มเป็น 60.8 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น: อยู่ที่ 27.1% จาก 21.7% ในปีก่อน ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2566 บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 309.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.0 ล้านบาท หรือ 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 56% เป็น 83.9 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 27.1% จาก 21.7% ในปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 12% ตามผลประกอบการ แต่ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทำให้กำไรสุทธิรวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 2,622% มาอยู่ที่ 20.5 ล้านบาท สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2566 รายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 544.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เพิ่มขึ้น 38% เป็น 415.5 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ลดลง 64% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 29% เป็น 133.6 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.5% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 1103% เป็น 13.5 ล้านบาท โอกาส การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ: เป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งเสริมการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางการตลาด การกลับมาของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE): การผ่อนคลายมาตรการและการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ หนุนการจัดงานอีเวนต์ทั้งในและต่างประเทศ การบริหารจัดการต้นทุน: อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ: หากเศรษฐกิจโลกหรือเศรษฐกิจไทยชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในการจัดกิจกรรมของลูกค้า การแข่งขันในอุตสาหกรรม: ธุรกิจจัดอีเวนต์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: การเปลี่ยนไปสู่รูปแบบออนไลน์มากขึ้น อาจส่งผลต่อความต้องการจัดงานแบบออฟไลน์ในบางประเภท สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการในไตรมาสถัดไป การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น การเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการจัดกิจกรรม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการให้บริการ: เติบโต 25% YoY ในไตรมาส 2/2566 โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ (+37% YoY) และกิจกรรมทางการตลาด (+60% YoY) ขณะที่ศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ลดลง (-59% YoY) อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 27.1% ในไตรมาส 2/2566 จาก 21.7% ในปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 12% YoY สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้) สรุปท้าย PICO ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจงานแสดงสินค้าและกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการแข่งขัน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมไมซ์ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป