2026-07-25T09:25:44+00:00 fin PLT บริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน) PLT กำไรสุทธิ Q2/66 โต 7.11% รับแรงหนุนต้นทุนน้ำมันลด-ค่าขนส่งในประเทศเพิ่ม รายได้-กำไร Q2/66 พลิกฟื้นจากต้นทุนน้ำมันลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารพุ่งรับการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PLT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 9.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง ประกอบกับการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PLT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 13.70% ในไตรมาส 2/2565 เป็น 16.70% ในไตรมาส 2/2566 หรือเพิ่มขึ้นถึง 19.86% แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลงเล็กน้อย 1.64% เป็น 184.77 ล้านบาท 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของต้นทุนบริการส่วนใหญ่มาจาก ต้นทุนน้ำมันเตาที่ใช้ในการเดินเรือลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ส่วนต่างของราคาน้ำมันขายปลีกดีเซลที่ใช้กำหนดราคาขายและต้นทุนน้ำมันที่ใช้ไปเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการ ทำให้บริษัทสามารถปรับอัตราค่าขนส่งในประเทศเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเจรจากับคู่ค้าและปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 และได้รับผลเต็มที่ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการให้บริการเติบโต 2.06% เป็น 385.56 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขนส่งทางเรือในประเทศที่เพิ่มขึ้น 5.90% จากราคาค่าขนส่งที่สูงขึ้น ในขณะที่การขนส่งทางเรือต่างประเทศลดลง 58.54% และการขนส่งทางรถต่างประเทศลดลง 100% 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะปัจจัยด้านต้นทุนน้ำมันที่คาดว่าจะยังคงทรงตัวในระดับต่ำกว่าปีก่อน และการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศที่ได้รับผลเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านปริมาณการขนส่ง โดยเฉพาะในเส้นทางต่างประเทศยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องติดตาม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะสั้น Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 7.11% YoY แตะ 9.07 ล้านบาท จาก 8.46 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง 19.86% YoY เป็น 16.70% จาก 13.70% อัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มขึ้น 7.11% YoY เป็น 4.91% จาก 4.51% รายได้จากการให้บริการ Q2/66 ลดลง 1.64% YoY เหลือ 184.77 ล้านบาท ต้นทุนบริการลดลง 5.05% YoY เหลือ 153.91 ล้านบาท โดยหลักจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q2/66 เพิ่มขึ้น 44.61% YoY เป็น 16.58 ล้านบาท จากการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภาพรวมผลประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2566: บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 184.77 ล้านบาท ลดลง 1.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณการขนส่งในประเทศและต่างประเทศของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการลดลง 5.05% เป็น 153.91 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 19.86% เป็น 30.86 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.11% เป็น 9.07 ล้านบาท 6 เดือนแรก ปี 2566: บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 385.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการขนส่งทางเรือในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าขนส่ง ในขณะที่การขนส่งทางเรือและทางรถในต่างประเทศลดลง ต้นทุนบริการลดลง 2.59% เป็น 312.34 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาเรือที่ลดลงและราคาน้ำมันเตาที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 28.14% เป็น 73.22 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 35.51% เป็น 29.17 ล้านบาท โอกาส การปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศ: การที่บริษัทสามารถเจรจาและปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งในประเทศได้ จะช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรในส่วนนี้ ต้นทุนน้ำมันที่ลดลง: ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มอัตรากำไร การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ: การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และขยายธุรกิจในอนาคต ความเสี่ยง ปริมาณการขนส่งในต่างประเทศที่ลดลง: การที่ลูกค้าในต่างประเทศเปลี่ยนไปซื้อสินค้ากับผู้ขายรายอื่น ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งทางเรือและทางรถในต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าประชาสัมพันธ์ อาจกดดันกำไรในระยะสั้น ความผันผวนของราคาน้ำมัน: แม้ปัจจุบันราคาน้ำมันจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง การแข่งขันในอุตสาหกรรม: ธุรกิจขนส่งมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการปรับขึ้นค่าบริการในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มปริมาณการขนส่งในประเทศและต่างประเทศ: ติดตามการฟื้นตัวของปริมาณการขนส่ง โดยเฉพาะในเส้นทางต่างประเทศ การบริหารจัดการต้นทุนน้ำมัน: จับตาแนวโน้มราคาน้ำมันและผลกระทบต่อต้นทุนบริการ ผลกระทบจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ: การเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร และโอกาสในการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ การปรับขึ้นค่าขนส่ง: ความสามารถในการรักษาหรือปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาวะตลาด การขายสินทรัพย์: ความคืบหน้าในการขายเรือที่รอจำหน่ายในไตรมาส 3 ปี 2566 รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการให้บริการ: ไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 184.77 ล้านบาท ลดลง 1.64% YoY โดยธุรกิจขนส่งทางเรือลดลง 1.59% เป็น 172.90 ล้านบาท ซึ่งมาจากการลดลงของปริมาณขนส่งทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางรถลดลง 2.42% เป็น 11.87 ล้านบาท แม้ว่าการขนส่งทางรถในประเทศจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม ต้นทุนบริการ: ลดลง 5.05% YoY เป็น 153.91 ล้านบาท โดยต้นทุนบริการขนส่งทางเรือลดลง 5.59% จากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นที่ลดลง 8.75% และค่าเสื่อมราคาเรือที่ลดลง 12.83% ส่วนต้นทุนบริการขนส่งทางรถเพิ่มขึ้น 2.87% จากค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้น: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 19.86% YoY เป็น 16.70% โดยเฉพาะในธุรกิจขนส่งทางเรือที่ได้รับผลบวกจากส่วนต่างราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 1,224.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.37% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมาก 323.95 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น หนี้สินรวม: ลดลง 9.35% จากสิ้นปี 2565 เป็น 350.99 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาวและหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 109.94% เป็น 873.73 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้น กระแสเงินสด: เงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 114.37 ล้านบาท จาก 105.71 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 155.83 ล้านบาท และเงินสดได้มาในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 365.42 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน สรุปท้าย PLT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ที่น่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 7.11% จากการบริหารต้นทุนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการปรับขึ้นค่าขนส่งในประเทศที่ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และความไม่แน่นอนของปริมาณการขนส่งในต่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทในอนาคต