2026-07-25T09:25:43+00:00 fin PLUS บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) PLUS กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 20.3% YoY รับผลกระทบยอดขายอเมริกาชะลอ-ต้นทุนวัตถุดิบสูง รายได้-กำไร Q2/66 แผ่วลง YoY จากปัจจัยลบภายนอก ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์ขยายตลาดอื่น-คุมต้นทุน บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 61.6 ล้านบาท ลดลง 20.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตสูงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิลดลงถึง 43.8% จากผลกระทบหลักที่ลูกค้าทวีปอเมริกาชะลอการนำเข้าสินค้า ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำใหผลประกอบการของ PLUS ในไตรมาส 2 ปี 2566 และครึ่งปีแรกปรับตัวลดลง มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การชะลอตัวของยอดขายในทวีปอเมริกา ซึ่งเป็นผลจากการเจรจาเงื่อนไขการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย และ 2) ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ยอดขายอเมริกาชะลอ: ฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้าในทวีปอเมริกากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้ลูกค้าชะลอการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้แผนการขายในทวีปอเมริกาไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าการขายในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง เอเชีย และแอฟริกา จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปจากอเมริกาได้ทั้งหมด ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น: ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% YoY ในไตรมาส 2/66 แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายนี้เกิดจากราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าเชื้อเพลิงและค่าพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แม้บริษัทจะมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุน แต่ยังไม่สามารถลดผลกระทบจากราคา FT ที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 11.3% YoY ในไตรมาส 2/66 และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32.3% ใน Q2/65 มาอยู่ที่ 29.5% ใน Q2/66 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม จากเอกสาร ฝ่ายจัดการยังคงติดตามสถานการณ์กับลูกค้าในทวีปอเมริกาอย่างใกล้ชิดเพื่อคาดหวังยอดขายที่จะกลับมาในไตรมาสถัดไป ซึ่งบ่งชี้ว่าปัญหานี้อาจเป็นลักษณะครั้งคราว อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาวัตถุดิบและพลังงานมีแนวโน้มผันผวน การผลิตแบบ Mass Production และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองอัตรากำไรในอนาคต Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 61.6 ล้านบาท ลดลง 20.3% YoY และ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 69.8 ล้านบาท ลดลง 43.8% YoY รายได้จากการขาย Q2/66 อยู่ที่ 420.4 ล้านบาท ลดลง 3.2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 74.4% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในภูมิภาคยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง เอเชีย และแอฟริกา กำไรขั้นต้น Q2/66 อยู่ที่ 124.2 ล้านบาท ลดลง 11.3% YoY อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32.3% เป็น 29.5% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย Q2/66 เพิ่มขึ้น 17.4% YoY จากแผนการส่งเสริมการขายและการออกบูธงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q2/66 เพิ่มขึ้น 7.7% จากสิ้นปี 2565 เป็น 1,564.2 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อขยายกำลังการผลิต หนี้สินรวม ณ สิ้น Q2/66 เพิ่มขึ้น 65.1% จากสิ้นปี 2565 เป็น 327.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 420.4 ล้านบาท ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 74.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของยอดขายในทวีปอเมริกาที่กำลังเจรจาเงื่อนไขการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดขายในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง เอเชีย และแอฟริกา ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน สำหรับต้นทุนขายรวมในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 296.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 124.2 ล้านบาท ลดลง 11.3% YoY และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 32.3% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 29.5% ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 17.4% YoY จากการลงทุนในแผนการตลาดและการออกบูธงานแสดงสินค้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 2.5% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 77.1 ล้านบาท ลดลง 21.0% YoY และกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 61.6 ล้านบาท ลดลง 20.3% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14.4% สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 672.7 ล้านบาท ลดลง 19.3% YoY และมีกำไรสุทธิ 69.8 ล้านบาท ลดลง 43.8% YoY โอกาส การเติบโตของตลาดในภูมิภาคอื่น: การเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายในทวีปยุโรป (245.6%), ออสเตรเลีย (162.1%), ตะวันออกกลาง (39.4%), เอเชีย (37.2%) และแอฟริกา (26.4%) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและตลาดนอกเหนือจากอเมริกา การขยายกำลังการผลิต: การลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพื่อขยายกำลังการผลิตและการซื้ออุปกรณ์เครื่องมือใหม่ สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในอนาคต การผลิตแบบ Mass Production: แผนการผลิตแบบ Mass Production เพื่อให้เกิด Economies of Scale จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและควบคุมต้นทุนในระยะยาว ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน: การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าพลังงาน เป็นปัจจัยกดดันต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น การพึ่งพิงตลาดอเมริกา: การชะลอตัวของยอดขายในทวีปอเมริกาแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของรายได้ในบางตลาด หากการเจรจาไม่เป็นผล อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะยาว การแข่งขันในอุตสาหกรรม: แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมักมีความรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่การส่งออกสินค้าอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลต่อรายได้และกำไรจากการแปลงค่า สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการเจรจาเงื่อนไขการจัดจำหน่ายกับลูกค้าในทวีปอเมริกา: จะส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดสำคัญนี้ แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน: การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะราคาที่ผันผวนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไร กลยุทธ์การขยายตลาดในภูมิภาคอื่น: การรักษาโมเมนตัมการเติบโตในยุโรป ออสเตรเลีย และตลาดอื่นๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการชดเชยผลกระทบจากตลาดอเมริกา ประสิทธิภาพของการผลิตแบบ Mass Production: การดำเนินการตามแผนเพื่อสร้าง Economies of Scale จะส่งผลต่อการลดต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย: การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนในกิจกรรมส่งเสริมการขายและงานแสดงสินค้า รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ราคาวัตถุดิบและสินค้า: ราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของบริษัท Volume การขาย: แม้รายได้รวมจะลดลง YoY แต่การเติบโตของยอดขายในหลายภูมิภาค (ยุโรป, ออสเตรเลีย, ตะวันออกกลาง, เอเชีย, แอฟริกา) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่ม Volume การขายในตลาดใหม่ๆ ขณะที่ Volume การขายในอเมริกาชะลอตัวลง GPM: อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 32.3% ใน Q2/65 เป็น 29.5% ใน Q2/66 สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและรายได้ที่ลดลงในบางตลาด ช่องทางขาย: การเจรจาขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในอเมริกาเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ขณะที่การขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคอื่นเป็นไปตามแผน สต็อก: มีการกล่าวถึงรายการสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขายในไตรมาสถัดไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการสต็อกเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การส่งออกเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อผลประกอบการ ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้มีการระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสารนี้ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,564.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 12.5% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง แต่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 34.0% จากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อขยายกำลังการผลิต หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 65.1% จากสิ้นปี 2565 เป็น 327.9 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 66.9% จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 38.2% จากภาระหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 1.4% เป็น 1,236.3 ล้านบาท โดยมีการจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปี 2565 จำนวน 87.1 ล้านบาท และมีกำไรจากผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 69.8 ล้านบาท ในส่วนของกระแสเงินสด กิจกรรมดำเนินงานสร้างเงินสดสุทธิได้ 179.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% YoY ขณะที่กิจกรรมลงทุนมีการใช้เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 490.0% เป็น 236.0 ล้านบาท จากการจ่ายซื้อสินทรัพย์เครื่องจักร อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิต กิจกรรมจัดหาเงินมีการใช้เงินสดสุทธิลดลง 116.1% เป็น 88.2 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและชำระหนี้ตามสัญญาเช่า ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ ปลายงวดลดลง 38.2% เป็น 433.5 ล้านบาท อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ: GPM Q2/66 อยู่ที่ 29.54% ลดลงจาก 32.26% ใน Q2/65 NPM Q2/66 อยู่ที่ 14.39% ลดลงจาก 17.45% ใน Q2/65 D/E Ratio Q2/66 อยู่ที่ 0.27 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.23 เท่า ใน Q1/66 แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ สรุปท้าย PLUS เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการชะลอตัวของยอดขายในตลาดอเมริกาและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง YoY อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการขยายตลาดในภูมิภาคอื่นอย่างแข็งแกร่ง และมีการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการติดตามความคืบหน้าการเจรจาในตลาดอเมริกา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคต