Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin NWR บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน)

NWR พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 สวนทางรายได้ก่อสร้างลด เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายการเงินบาน

ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนงานขุดเจาะอุโมงค์-วัสดุแพง ฉุดกำไรหด ขณะค่าใช้จ่ายการเงินพุ่งจากการกู้เสริมสภาพคล่อง บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 243.34 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 70.45 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่รายได้จากการก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ NWR พลิกขาดทุนในไตรมาส 2 ปี 2566 มาจาก ต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งกดดันผลกำไรโดยรวม แม้รายได้จากการก่อสร้างจะลดลงเพียงเล็กน้อยก็ตาม 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ ต้นทุนงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นถึง 8.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะปัญหาจากงานขุดเจาะอุโมงค์ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการแก้ไข และต้นทุนวัสดุหลักที่ปรับราคาสูงขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินยังพุ่งสูงขึ้นถึง 43.63% สาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องจากการดำเนินงานโครงการที่ล่าช้า และดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 243.34 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 70.45 ล้านบาทในปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ต้นทุนงานก่อสร้างที่สูงขึ้น: ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากอุปสรรคที่ไม่ปรากฏในแบบก่อสร้าง เช่น ปัญหาเพิ่มเติมจากงานขุดเจาะอุโมงค์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแก้ไขสูง และต้องรอเรียกเก็บจากผู้ว่าจ้าง รวมถึงงานแก้ไขข้อบกพร่องซึ่งไม่ก่อให้เกิดรายได้ นอกจากนี้ ต้นทุนวัสดุหลักบางรายการยังปรับราคาสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น: สืบเนื่องจากการดำเนินงานโครงการที่ประสบปัญหาอุปสรรค ทำให้การเบิกค่าผลงานไม่เป็นไปตามแผน บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง ประกอบกับมีภาระดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ NWR 1/2565 และ NWR 1/2566 ที่เพิ่มขึ้น 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาอุโมงค์จะเรียกเก็บจากผู้ว่าจ้างต่อไป แต่ความล่าช้าในการดำเนินงานและการเบิกค่าผลงานยังคงเป็นปัจจัยกดดันสภาพคล่องและภาระดอกเบี้ยในระยะสั้น นอกจากนี้ การที่บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 อาจต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ ขาดทุนสุทธิ 243.34 ล้านบาท: พลิกจากกำไร 70.45 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 รายได้จากการก่อสร้างลดลง 2.30%: อยู่ที่ 2,680.83 ล้านบาท เนื่องจากอุปสรรคในการทำงาน การแก้ไขแบบก่อสร้าง และปัญหาการส่งมอบพื้นที่ ต้นทุนงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 8.32%: เป็น 100.80% ของรายได้จากการก่อสร้าง จากปัญหาอุโมงค์ วัสดุแพง และงานแก้ไข รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 49.03%: อยู่ที่ 50.75 ล้านบาท จากยอดโอนโครงการเดิมที่น้อยลง รายได้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตลดลง 18.97%: อยู่ที่ 170.03 ล้านบาท จากการผลิตและจัดส่งที่ชะลอตัว ค่าใช้จ่ายทางการเงินพุ่ง 43.63%: อยู่ที่ 99.06 ล้านบาท จากการกู้เสริมสภาพคล่องและดอกเบี้ยหุ้นกู้ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท NWR มีรายได้จากการก่อสร้างรวม 2,680.83 ล้านบาท ลดลง 2.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสรรคในการทำงาน การแก้ไขแบบก่อสร้าง ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ และการชะลอตัวของงานในพื้นที่ทับซ้อน ขณะที่ต้นทุนงานก่อสร้างกลับปรับเพิ่มขึ้นถึง 8.32% เป็น 100.80% ของรายได้จากการก่อสร้าง ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาที่ไม่คากฏในแบบก่อสร้าง เช่น งานขุดเจาะอุโมงค์ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการแก้ไข และต้นทุนวัสดุหลักที่สูงขึ้น ในส่วนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รายได้ลดลง 49.03% มาอยู่ที่ 50.75 ล้านบาท เนื่องจากยอดโอนบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตและอื่นๆ รายได้ลดลง 18.97% มาอยู่ที่ 170.03 ล้านบาท เนื่องจากการผลิตและจัดส่งชะลอตัวและมูลค่างานในมือลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13.74% เป็น 22.76 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพิ่มขึ้น และค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่สูงขึ้นจากการยกเลิกมาตรการลดหย่อนภาษี ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 12.36% เป็น 149.08 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 43.63% เป็น 99.06 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่องและภาระดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการโดยรวมส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 243.34 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำกำไรได้ 70.45 ล้านบาท โอกาส โครงการใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ประเภทบ้านเดี่ยว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการบารานี บลิซ รังสิตคลองสาม มูลค่า 1,275 ล้านบาท คาดเปิดขายไตรมาส 3/2566 และโครงการบารานี บลิซ (รังสิต-วงแหวน) มูลค่า 739 ล้านบาท คาดเปิดขายไตรมาส 4/2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ว่าจ้าง: ฝ่ายจัดการระบุว่าค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาอุโมงค์จะเรียกเก็บจากผู้ว่าจ้างต่อไป ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ จะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อต้นทุนได้ ความเสี่ยง ต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวน: ความเสี่ยงจากราคาวัสดุหลักที่ปรับสูงขึ้น และอุปสรรคที่ไม่คาดคิดในหน้างาน เช่น ปัญหาอุโมงค์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการก่อสร้าง ภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น: การที่บริษัทต้องกู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่องและภาระดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นแรงกดดันต่อผลกำไรอย่างต่อเนื่อง ความล่าช้าในการดำเนินงานและการเบิกค่าผลงาน: ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด และอาจทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น การพึ่งพิงลูกหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน: ยอดลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระนานกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะกับบริษัท นิวเดเคด จำกัด (87.14 ล้านบาท) อาจเป็นความเสี่ยงต่อการเรียกเก็บเงินคืน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาโครงการก่อสร้าง: โดยเฉพาะปัญหาอุโมงค์ และการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ว่าจ้าง การบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง: และผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ แผนการเปิดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่: และยอดขาย (Presale) ที่จะเกิดขึ้น การบริหารจัดการกระแสเงินสด: และภาระหนี้สินทางการเงิน โดยเฉพาะการชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ย ความสามารถในการเรียกเก็บหนี้จากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน: โดยเฉพาะจากบริษัท นิวเดเคด จำกัด รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) การก่อสร้าง: รายได้จากการก่อสร้างลดลงเล็กน้อย 2.30% แต่ต้นทุนงานก่อสร้างกลับเพิ่มขึ้นถึง 8.32% ทำให้ต้นทุนต่อรายได้สูงถึง 100.80% ซึ่งเป็นสัญญาณลบอย่างชัดเจน ปัญหาที่เกิดจากงานขุดเจาะอุโมงค์และต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างหนัก ฝ่ายจัดการระบุว่าจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้จากผู้ว่าจ้างต่อไป ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้า อสังหาริมทรัพย์: รายได้จากการโอนบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 49.03% สะท้อนถึงยอดโอนที่น้อยลงจากโครงการเดิม อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่ต้องจับตา Presale และยอดโอนที่จะเกิดขึ้น ผลิตภัณฑ์คอนกรีต: รายได้ลดลง 18.97% จากการผลิตและจัดส่งที่ชะลอตัวและมูลค่างานในมือที่ลดลง ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 23.63% จากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและตกแต่งผลิตภัณฑ์ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดงบดุลและงบกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 43.63% เป็น 99.06 ล้านบาท และการระบุว่าบริษัทมีความจำเป็นต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง สะท้อนถึงแรงกดดันต่อสภาพคล่องและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การมีลูกหนี้การค้ากิจการที่เกี่ยวข้องกันที่ค้างชำระนานหลายรายการ โดยเฉพาะกับบริษัท นิวเดเคด จำกัด เป็นจำนวน 87.14 ล้านบาท ซึ่งมีค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญถึง 85.76 ล้านบาท อาจเป็นความเสี่ยงต่อการเรียกเก็บเงินคืนและส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด สรุปท้าย NWR เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 243.34 ล้านบาท จากต้นทุนงานก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นจากปัญหาอุโมงค์และวัสดุแพง ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่อง แม้จะมีโอกาสจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่จะเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวน ภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการบริหารจัดการกระแสเงินสด รวมถึงการเรียกเก็บหนี้จากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด