2026-07-25T08:32:28+00:00 fin MOONG บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) MOONG กำไร Q2/2566 พุ่ง 76.6% รับต้นทุนขายลด-ส่วนแบ่งกำไรบจก. หนุน รายได้ทรงตัวแต่กำไรสุทธิโตเด่น จากการบริหารต้นทุนและกำไรเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MOONG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 13.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อย โดยปัจจัยหลักมาจากการบริหารต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MOONG ในไตรมาส 2/2566 ให้เติบโตถึง 76.6% มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การลดลงของต้นทุนขาย และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม แม้ว่ารายได้จากการขายจะปรับตัวลดลง 1.4% ก็ตาม 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ต้นทุนขายลดลง 8.8% : การลดลงของต้นทุนขาย 11.4 ล้านบาท (จาก 129.7 ล้านบาท เป็น 118.2 ล้านบาท) เป็นผลมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1) รายได้จากการขายที่ลดลงตามสัดส่วน และ 2) การมีสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 36.4% : ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท (จาก 5.5 ล้านบาท เป็น 7.5 ล้านบาท) เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลกำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจที่บริษัทเข้าไปลงทุน รายได้จากการขายลดลง 1.4% : รายได้จากการขายที่ลดลง 1.4% (จาก 197.8 ล้านบาท ใน Q2/2565 เป็น 197.8 ล้านบาท ใน Q2/2566) เกิดจากการยกเลิกการขายสินค้าบางรายการในกลุ่มที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ยอดขายผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) มีการเติบโตเข้ามาทดแทน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ปัจจัยด้านต้นทุนขายที่ลดลงและสัดส่วนการขายสินค้ากำไรสูงที่เพิ่มขึ้น มีโอกาสต่อเนื่อง หากบริษัทสามารถรักษาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขายได้ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทร่วมนั้นๆ ซึ่งต้องติดตามผลประกอบการในอนาคตต่อไป ส่วนการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการขายที่เกิดจากการปรับช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น เป็นการปรับโครงสร้างที่อาจส่งผลต่อรายได้ในระยะสั้น แต่หากช่องทาง E-commerce เติบโตได้ดี ก็จะช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปได้ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 76.6% : จาก 7.7 ล้านบาท เป็น 13.6 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลง 8.8% : จาก 129.7 ล้านบาท เหลือ 118.2 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 36.4% : จาก 5.5 ล้านบาท เป็น 7.5 ล้านบาท รายได้จากการขายลดลง 1.4% : จาก 197.8 ล้านบาท เป็น 197.8 ล้านบาท (ตัวเลขเท่าเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 2.4% : จาก 81.7 ล้านบาท เหลือ 79.7 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 197.8 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการยกเลิกการขายสินค้าบางช่องทางในกลุ่มที่เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ยอดขายผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีการเติบโตเข้ามาช่วยชดเชย ต้นทุนขายปรับลดลง 8.8% มาอยู่ที่ 118.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการขายตามสัดส่วน และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.4% มาอยู่ที่ 79.7 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 36.4% เป็น 7.5 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลกำไรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 13.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 76.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โอกาส การเติบโตของช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) : เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยรายได้จากการยกเลิกบางช่องทางจัดจำหน่าย และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ : การลดลงของต้นทุนขายและการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรสูง แสดงถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร ผลประกอบการที่ดีของบริษัทร่วม : การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจที่บริษัทเข้าไปลงทุน ความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการขาย : การยกเลิกบางช่องทางการจัดจำหน่ายอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวม หากการเติบโตของช่องทาง E-commerce ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด ความผันผวนของผลประกอบการบริษัทร่วม : ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค : ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การเติบโตของยอดขายผ่านช่องทาง E-commerce : จะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องและชดเชยรายได้จากช่องทางอื่นที่ลดลงได้หรือไม่ แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและสินค้า : การบริหารจัดการต้นทุนขายจะยังคงมีประสิทธิภาพและรักษาสัดส่วนสินค้ากำไรสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ ผลประกอบการของบริษัทร่วม : จะยังคงเติบโตและสร้างส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นได้ในไตรมาสถัดไปหรือไม่ แผนการบริหารค่าใช้จ่าย : บริษัทจะยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขายได้หรือไม่ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) ยอดขาย : รายได้จากการขายรวม 197.8 ล้านบาท ลดลง 1.4% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการยกเลิกบางช่องทางจัดจำหน่ายในกลุ่มสินค้าตัวแทน แต่ได้รับการชดเชยจากการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทาง E-commerce ต้นทุนขาย : ลดลง 8.8% YoY มาอยู่ที่ 118.2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ตามสัดส่วน และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร : ลดลง 2.4% YoY มาอยู่ที่ 79.7 ล้านบาท จากการบริหารค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายคลังสินค้าและจัดส่ง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม : เพิ่มขึ้น 36.4% YoY เป็น 7.5 ล้านบาท จากการที่บริษัทร่วมมีผลกำไรเพิ่มขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ระบุในเอกสาร MD&A ที่ให้มา) สรุปท้าย MOONG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2566 ที่น่าประทับใจ โดยกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 76.6% แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวเล็กน้อย ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความสำเร็จในการบริหารต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและกลยุทธ์การขายที่มุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง ขณะที่การเติบโตของช่องทาง E-commerce เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค