Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin MOSHI บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

MOSHI กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 41% รับแรงหนุนรายได้รวมโต 38.4%

รายได้-กำไรโตตามเศรษฐกิจฟื้นตัว ฝ่ายจัดการลุยขยายสาขา-สินค้าใหม่ดันยอดขายต่อเนื่อง บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 592.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 82.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 41.0% โดยปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อที่กลับมาหลังเศรษฐกิจฟื้นตัว การเปิดสาขาใหม่ และการออกสินค้าใหม่ที่น่าสนใจ ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการขยายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MOSHI ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะจากทั้งร้านค้าปลีกและร้านค้าส่ง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 41.0% YoY โดยรายได้รวมเติบโตถึง 38.4% YoY ปัจจัยนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ การเปิดประเทศ และการดำเนินกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับทิศทางตลาด 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน: การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ: หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ MOSHI นำเสนอ การเติบโตของสาขาเดิม (SSSG) และสาขาใหม่: รายได้จากร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น 27.7% YoY โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของ SSSG ที่ 19.9% และการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 110 สาขา จาก 97 สาขาในปีก่อน การขยายธุรกิจร้านค้าส่ง: รายได้จากร้านค้าส่งเติบโตโดดเด่นถึง 117.3% YoY จากการขยายพื้นที่ร้านสาขาสำเพ็ง และการเปิดสาขาใหม่ของร้าน ดิโอเค สเตชั่น ซึ่งช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและช่องทางการขาย การออกสินค้าใหม่และกิจกรรมส่งเสริมการขาย: การเปิดตัวสินค้าใหม่หมวดหมู่ของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง และการร่วมมือกับดีไซน์เนอร์ไทย 3 แบรนด์ดัง ช่วยสร้างความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการมีแผนที่จะขยายสาขาใหม่จำนวน 20 สาขาในปี 2566 และมองหาทำเลที่มีศักยภาพ รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น สินค้า Collection, สินค้าตามฤดูกาล, สินค้าลิขสิทธิ์การ์ตูน และการทำ Co-Branding กับ Influencer นอกจากนี้ การขยายธุรกิจร้านค้าส่งและการพัฒนาช่องทางจำหน่ายอื่นๆ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว Highlight สำคัญ รายได้จากการดำเนินงาน Q2/66 เติบโต 38.4% YoY แตะ 592.17 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการขยายสาขา กำไรสุทธิ Q2/66 เพิ่มขึ้น 41.0% YoY เป็น 82.81 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 51.7% YoY แม้ GPM ร้านค้าปลีกจะดีขึ้น แต่การรับรู้ GPM ร้านค้าส่งที่ต่ำกว่าส่งผลให้ภาพรวมไม่เปลี่ยนแปลง อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 13.9% จาก 13.7% YoY จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น การเติบโตครึ่งปีแรก 2566 (1H/66) แข็งแกร่ง: รายได้รวมเพิ่ม 46.0% YoY เป็น 1,154.97 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่ม 92.5% YoY เป็น 168.62 ล้านบาท แผนขยายสาขา 20 แห่งในปี 2566 และการพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 MOSHI มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 592.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.4% YoY และ 5.2% QoQ โดยรายได้จากร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น 27.7% YoY เป็น 475.62 ล้านบาท และรายได้จากร้านค้าส่งเพิ่มขึ้นถึง 117.3% YoY เป็น 112.69 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 38.3% YoY เป็น 306.32 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 51.7% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 82.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.0% YoY และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.9% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 13.7% YoY สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,154.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.0% YoY และกำไรสุทธิ 168.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.5% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 52.9% และอัตรากำไรสุทธิ 14.5% โอกาส การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว: ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการกลับมาของนักท่องเที่ยว การขยายสาขา: แผนเปิด 20 สาขาใหม่ในปี 2566 จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: การออกสินค้าคอลเลกชันพิเศษและสินค้าในหมวดหมู่ใหม่ เช่น อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย การเติบโตของตลาดค้าส่ง: การเข้าซื้อสินทรัพย์ ดิโอเค สเตชั่น และการขยายพื้นที่ร้านสำเพ็ง เป็นโอกาสในการเจาะตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ เทรนด์การเลี้ยงสัตว์: ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป็นโอกาสในการขยายพอร์ตสินค้า ความเสี่ยง การแข่งขันในตลาด: ธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร ปัจจัยตามฤดูกาล: ยอดขายสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องเขียน อาจได้รับผลกระทบตามฤดูกาล ต้นทุนทางการเงิน: ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายตามหนี้สินสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในงวด 6 เดือนแรก GPM จะได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าในอนาคต การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง: การสำรองสินค้าเพิ่มขึ้นตามการขยายสาขา อาจมีความเสี่ยงหากการขายไม่เป็นไปตามเป้า สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การเปิดสาขาใหม่: ความคืบหน้าและผลประกอบการของสาขาใหม่ 20 แห่งที่จะเปิดในปี 2566 ยอดขายสินค้าใหม่: ผลตอบรับและการเติบโตของสินค้าในหมวดหมู่ของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง และสินค้าจากความร่วมมือกับดีไซเนอร์ การเติบโตของธุรกิจค้าส่ง: ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้าน ดิโอเค สเตชั่น และการขยายฐานลูกค้าในตลาดสำเพ็ง อัตรากำไรขั้นต้น: การบริหารจัดการ Product Mix เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ท่ามกลางการรับรู้ GPM ที่ต่ำกว่าจากร้านค้าส่ง แนวโน้ม SSSG: การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมอย่างต่อเนื่อง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้จากการดำเนินงาน: เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ YoY โดยเฉพาะจากร้านค้าส่งที่เพิ่มขึ้นถึง 117.3% YoY จากการขยายพื้นที่สำเพ็งและการเปิดสาขาใหม่ ดิโอเค สเตชั่น ขณะที่ร้านค้าปลีกเติบโต 27.7% YoY จาก SSSG และการเปิดสาขาใหม่ อัตรากำไรขั้นต้น: ทรงตัว YoY ที่ 51.7% แม้ GPM ร้านค้าปลีกจะดีขึ้น แต่การรับรู้ GPM ร้านค้าส่งที่ต่ำกว่าส่งผลให้ภาพรวมไม่เปลี่ยนแปลง QoQ GPM ลดลงเล็กน้อยจาก 54.1% เป็น 51.7% เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลและสัดส่วน GPM ร้านค้าส่งที่ต่ำกว่า ค่าใช้จ่ายในการขาย: เพิ่มขึ้น 36.1% YoY สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขายและการขยายสาขา แต่มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้รวม (Economy of Scale) ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้น 23.8% YoY ตามการขยายตัวของธุรกิจและพนักงาน แต่มีอัตราส่วนต่อรายได้รวมที่คงที่ แสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,108.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.0% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการบริหารเงินสด ส่วนสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นตามการขยายสาขา หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 14.1% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่าจากการเปิดสาขาใหม่ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.6% จากสิ้นปี 2565 สะท้อนผลการดำเนินงานที่ดี อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.67 เท่า ลดลงจาก 0.78 เท่าใน Q1/66 แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น สรุปท้าย MOSHI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 41.0% YoY หนุนโดยรายได้ที่พุ่งสูงขึ้น 38.4% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาด โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจค้าส่ง แม้ GPM จะทรงตัว YoY แต่ NPM ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายยังคงมีประสิทธิภาพ แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้นจากการขยายธุรกิจ แผนการเติบโตในอนาคตยังคงเน้นการขยายสาขาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีโอกาสต่อเนื่องและสร้างการเติบโตได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการแข่งขันในตลาดและปัจจัยตามฤดูกาลที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต