2026-07-25T08:32:24+00:00 fin MST บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MST กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 32.86% รับรายได้คอนเทนต์-ลิขสิทธิ์ MU หนุน รายได้รวมโตกว่า 50% ปัจจัยหลักจากธุรกิจคอนเทนต์-ลิขสิทธิ์ Miss Universe ขณะที่ต้นทุนการเงิน-ภาษีพุ่งกระทบอัตรากำไรสุทธิ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 101.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,500.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 50.89% จากการเติบโตในทุกธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ และธุรกิจการขายและให้บริการจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล (Miss Universe) อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยจาก 7.70% เป็น 6.78% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MST ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ และธุรกิจการขายและให้บริการจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล (Miss Universe) ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 50.89% YoY อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรสุทธิคือ ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น รายได้คอนเทนต์และลิขสิทธิ์ Miss Universe เติบโต: ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์: รายได้ค่าสิทธิ์เติบโต 32.16% YoY โดยได้แรงหนุนจากการขายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก (888.72%) ควบคู่ไปกับการเติบโตของช่องทาง IPTV และการขายลิขสิทธิ์ที่เผยแพร่ได้หลายช่องทาง นอกจากนี้ Backlog การจำหน่ายคอนเทนต์ ณ สิ้นไตรมาสยังคงสูงถึง 2,110.15 ล้านบาท ธุรกิจการขายและให้บริการจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล: มีรายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์ให้แก่ประเทศต่างๆ ในการจัดประกวด Miss Universe จำนวน 229.58 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริมรายได้หลัก ต้นทุนทางการเงินและภาษีเพิ่มสูง: ต้นทุนทางการเงิน: เพิ่มขึ้น 19.33% YoY จากการเพิ่มขึ้นของบัญชีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการซื้อลิขสิทธิ์รายการและลงทุนในธุรกิจใหม่ ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้: เพิ่มขึ้นถึง 138.85% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานในบริษัทย่อยที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างบริหาร ทำให้เกิดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลในทางบัญชี 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้ แต่ต้องจับตาต้นทุน: รายได้: ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์มี Backlog ที่แข็งแกร่ง และนโยบายการขยายตลาดต่างประเทศ รวมถึงการเติบโตของช่องทาง IPTV คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจ Miss Universe จะมีการจัดประกวดอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2566 ซึ่งจะรับรู้รายได้เพิ่มเติม ต้นทุน: ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นตามภาระหนี้สินที่ใช้ในการลงทุน ส่วนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้มีแนวโน้มที่จะเป็นภาระชั่วคราวในช่วงการปรับโครงสร้างบริหารในต่างประเทศ แต่ต้องติดตามความคืบหน้า Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ 101.72 ล้านบาท: เพิ่มขึ้น 32.86% YoY รายได้รวม 1,500.11 ล้านบาท: เพิ่มขึ้น 50.89% YoY ธุรกิจคอนเทนต์โตเด่น: รายได้ค่าสิทธิ์เพิ่ม 32.16% YoY จากการขายในต่างประเทศที่พุ่งสูง และการเติบโตของ IPTV ธุรกิจ Miss Universe หนุนรายได้: สร้างรายได้ 229.58 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลง: จาก 7.70% เป็น 6.78% YoY ต้นทุนการเงิน-ภาษีพุ่ง: ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่ม 19.33% YoY และภาษีเงินได้เพิ่ม 138.85% YoY Backlog คอนเทนต์สูง: 2,110.15 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 MST มีรายได้รวม 1,500.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้ค่าสิทธิ์จากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ (เพิ่มขึ้น 32.16%) และการเข้ามาของรายได้จากการขายและให้บริการจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล (Miss Universe) ซึ่งมีรายได้ 229.58 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจบริการโฆษณามีรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 85.81% จากผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจโฆษณา ในส่วนของกำไรสุทธิ งวดหกเดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 101.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.86% YoY แม้ว่ารายได้จะเติบโตดี แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน (เพิ่มขึ้น 19.33% YoY) และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (เพิ่มขึ้น 138.85% YoY) ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (ROS) ปรับลดลงจาก 7.70% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 6.78% ในปีนี้ โอกาส การเติบโตของธุรกิจคอนเทนต์: นโยบายการขยายตลาดต่างประเทศและการให้ความสำคัญกับช่องทาง IPTV และ VOD ที่ยังคงได้รับความนิยม จะช่วยหนุนรายได้ค่าสิทธิ์ให้เติบโตต่อเนื่อง Backlog ที่แข็งแกร่ง: มูลค่า Backlog การจำหน่ายคอนเทนต์ที่ 2,110.15 ล้านบาท จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต ธุรกิจ Miss Universe: การจัดประกวด Miss Universe อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2566 จะสร้างรายได้เพิ่มเติม และมีโอกาสในการต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การบริหารต้นทุน: การขยายระยะเวลาให้สิทธิ์ในการใช้คอนเทนต์ช่วยให้บริษัทพัฒนาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น ความเสี่ยง ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น: การกู้ยืมเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่และซื้อลิขสิทธิ์รายการ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ภาระภาษีในต่างประเทศ: การปรับโครงสร้างบริหารในบริษัทย่อยต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายภาษีในระยะสั้น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้บริษัทจะมีมาตรการป้องกันความเสี่ยง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การแข่งขันในธุรกิจโฆษณา: ธุรกิจบริการโฆษณามีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันและทางเลือกที่หลากหลายของผู้ลงโฆษณา สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การรับรู้รายได้จาก Backlog คอนเทนต์ และการขยายตลาดต่างประเทศ ผลการดำเนินงานของธุรกิจ Miss Universe หลังจากการจัดประกวดในเดือนพฤศจิกายน 2566 ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างบริหารในบริษัทย่อยต่างประเทศ และผลกระทบต่อภาระภาษี การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและหนี้สินของบริษัท การฟื้นตัวของธุรกิจบริการโฆษณา รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) ในฐานะบริษัทหลักทรัพย์ (ตามที่ระบุในชื่อบริษัท) เอกสาร MD&A นี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์โดยตรง แต่เน้นไปที่ธุรกิจคอนเทนต์และลิขสิทธิ์เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากโครงสร้างรายได้ที่หลากหลายของ MST จะเห็นได้ว่าบริษัทมีการกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสื่อและความบันเทิง ซึ่งอาจมีผลต่อการสร้างรายได้และกำไรในภาพรวม สำหรับกลุ่มธุรกิจการเงิน หากมองในมุมของโครงสร้างทางการเงินของ MST จะพบว่า: NIM/NII/Non-NII: ไม่สามารถวิเคราะห์ได้โดยตรง เนื่องจากบริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจธนาคาร แต่มีรายได้ทางการเงิน (ดอกเบี้ยรับ) ที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรายได้รวม NPL/Coverage/Credit Cost: ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจหลักของบริษัท แต่มีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้การค้า ซึ่ง ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 66.38 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 3% ของลูกหนี้การค้า สัดส่วนสินเชื่อ/เงินฝาก/CASA: ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง CAR/Basel: ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง รายได้ค่าธรรมเนียม: ไม่ได้ระบุแยกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน แต่รายได้จากลิขสิทธิ์อาจเทียบเคียงได้กับรายได้ค่าธรรมเนียมในลักษณะหนึ่ง กำไรพิเศษครั้งเดียว: การเข้าซื้อกิจการ Miss Universe อาจถือเป็นรายการสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่าย ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,161.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.36% จากสิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น (เพิ่มขึ้น 42.40%) และการลงทุนในลิขสิทธิ์รายการ (เพิ่มขึ้น 25.60%) ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 67.63%) หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,398.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.34% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า (เพิ่มขึ้น 55.97%) เพื่อรองรับการลงทุนในลิขสิทธิ์รายการ และการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,762.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.33% จากการเพิ่มขึ้นของทุนที่ออกและชำระแล้ว และกำไรสะสมจากการดำเนินงาน อัตราส่วนสภาพคล่องรวมอยู่ที่ 0.67 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วอยู่ที่ 0.55 เท่า ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2565 เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังคงมั่นใจในการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้เพื่อชำระหนี้ระยะสั้นได้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.85 เท่า มาอยู่ที่ 1.58 เท่า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของทุน กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 1,100.23 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากการลงทุนใช้ไป 1,589.18 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อลิขสิทธิ์รายการ ทำให้กระแสเงินสดสุทธิโดยรวมติดลบ สรุปท้าย MST โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตโดดเด่นจากรายได้รวมที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% โดยมีธุรกิจคอนเทนต์และลิขสิทธิ์ Miss Universe เป็นพระเอกสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและภาระภาษีในต่างประเทศได้กดดันอัตรากำไรสุทธิให้ลดลงเล็กน้อย แม้ว่าจะมี Backlog ที่แข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจ Miss Universe แต่การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว