2026-07-25T08:32:09+00:00 fin NEW บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) NEW สรุปผลประกอบการ Q2/2566 NEW กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 45% รายได้หด 7% ต้นทุนพุ่งกดดัน รายได้รวมไตรมาส 2 ปี 2566 ของ บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEW ปรับตัวลดลง 7.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลกลับปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวถึง 45% Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NEW ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ รายได้จากการดำเนินงานที่ลดลง และต้นทุนกิจการโรงพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น ประการแรก รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 116.53 ล้านบาท ลดลง 7.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่ลดลง 7.65% มาอยู่ที่ 114.80 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจน แต่จากบริบทของอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ การลดลงของรายได้ค่ารักษาพยาบาลอาจเกี่ยวข้องกับจำนวนผู้ป่วยที่ลดลง หรือการแข่งขันที่สูงขึ้น ประการที่สอง ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.32% มาอยู่ที่ 87.02 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลงอย่างมากถึง 31.78% แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาจากค่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากมีการเพิ่มการให้บริการครอบคลุมสาขาเฉพาะทางมากขึ้น และจัดบริการนอกเวลาให้ครอบคลุมชั่วโมงเพิ่มขึ้นในสาขากุมารเวชกรรม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินยังเพิ่มขึ้นถึง 60.97% มาอยู่ที่ 0.88 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลกำไร ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 28% มาอยู่ที่ 24.96 ล้านบาท และอัตรากำไร EBITDA ลดลงจาก 28% เป็น 21% ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 45% มาอยู่ที่ 11.48 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 17% เป็น 10% จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: จากข้อมูลที่ระบุว่าต้นทุนค่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นจากการขยายบริการเฉพาะทางและบริการนอกเวลา บ่งชี้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้ค่ารักษาพยาบาลยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวหรือมีแนวโน้มต่อเนื่อง จึงยัง ไม่ชัด ต้องติดตาม การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การเพิ่มรายได้ในอนาคต Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว 45% YoY: อยู่ที่ 11.48 ล้านบาท จาก 21.02 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวมลดลง 7.37% YoY: อยู่ที่ 116.53 ล้านบาท โดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลง 7.65% ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลพุ่ง 11.32% YoY: สาเหตุหลักจากค่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายบริการ อัตรากำไรสุทธิหดตัว: จาก 17% ใน Q2/65 เหลือ 10% ใน Q2/66 สินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมลดลง: สินทรัพย์รวมลดลง 6.81% และหนี้สินรวมลดลง 17.68% ณ สิ้น Q2/66 เทียบกับสิ้นปี 2565 ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 116.53 ล้านบาท ลดลง 7.37% เมื่อเทียบกับ 125.80 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลง 7.65% มาอยู่ที่ 114.80 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นปรับเพิ่มขึ้น 16.00% เป็น 1.73 ล้านบาท ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 102.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยต้นทุนกิจการโรงพยาบาลปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 11.32% เป็น 87.02 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการเพิ่มค่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อขยายบริการเฉพาะทางและบริการนอกเวลา ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 31.78% เป็น 14.32 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 60.97% เป็น 0.88 ล้านบาท ผลประกอบการที่อ่อนตัวลงนี้ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 28% มาอยู่ที่ 24.96 ล้านบาท และอัตรากำไร EBITDA ลดลงจาก 28% เป็น 21% ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 45% มาอยู่ที่ 11.48 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 17% เป็น 10% กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานลดลงจาก 2.10 บาท เป็น 1.15 บาท โอกาส การขยายบริการเฉพาะทางและนอกเวลา: ฝ่ายจัดการได้ลงทุนเพิ่มในบุคลากรและบริการเพื่อครอบคลุมสาขาเฉพาะทางมากขึ้นและจัดบริการนอกเวลา ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเพิ่มฐานลูกค้าและรายได้ในระยะยาว การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร: การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ต้นทุนหลักในการดำเนินงาน ความเสี่ยง การลดลงของรายได้ค่ารักษาพยาบาล: เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามว่าสาเหตุเกิดจากปัจจัยชั่วคราวหรือมีแนวโน้มต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัท ต้นทุนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น: แม้จะเป็นการลงทุนเพื่อขยายบริการ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เป็นต้นทุนที่สำคัญและอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถเพิ่มรายได้ชดเชยได้ทัน ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการเงินอาจเป็นผลมาจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนหรือการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันผลกำไรสุทธิ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มรายได้ค่ารักษาพยาบาลในไตรมาสถัดไป ผลตอบรับจากการขยายบริการเฉพาะทางและบริการนอกเวลา การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรทางการแพทย์ ทิศทางค่าใช้จ่ายทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ป่วยและอัตราการใช้บริการ (Utilization Rate) รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้: รายได้ค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง 7.65% สะท้อนถึงความท้าทายในการรักษาฐานลูกค้าหรือการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยใหม่ในไตรมาสนี้ แม้จะมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้หลักได้ ต้นทุน: ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 11.32% เป็นประเด็นสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น การลงทุนในบุคลากรเพื่อขยายบริการเฉพาะทางและบริการนอกเวลาเป็นปัจจัยหลัก ซึ่งต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว อัตรากำไร: อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงแรงกดดันจากทั้งรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 567.24 ล้านบาท ลดลง 6.81% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 117.26 ล้านบาท ลดลง 17.68% ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 449.97 ล้านบาท ลดลง 3.49% สำหรับงบกระแสเงินสด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 35.49 ล้านบาท แต่มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 10.41 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวนมากถึง 72.58 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการจ่ายเงินปันผล 47.50 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 47.50 ล้านบาท เหลือ 27.88 ล้านบาท ณ สิ้นงวด สรุปท้าย บริษัท วัฒนาการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEW เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานลดลง 7.37% และต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 11.32% จากการลงทุนในบุคลากรเพื่อขยายบริการเฉพาะทางและบริการนอกเวลา ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวถึง 45% มาอยู่ที่ 11.48 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 17% เหลือ 10% แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและมีโอกาสจากการขยายบริการ แต่ความเสี่ยงจากการลดลงของรายได้ค่ารักษาพยาบาลและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป