2026-07-25T08:02:09+00:00 fin META บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) META พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 พุ่ง 538% รับรายได้สินเชื่อโต-งานรับเหมาวูบ รายได้สินเชื่อใหม่หนุนกำไร META Q2/66 พลิกขาดทุนเพิ่ม 538% เหตุงานรับเหมาหยุดชะงัก-รายได้อื่นลดฮวบ บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 538% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้งานรับเหมาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมียนมา และการลดลงของรายได้อื่นจากการเพิ่มทุนในบริษัทร่วม ขณะเดียวกันรายได้จากธุรกิจให้บริการสินเชื่อที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2564 และการซื้อกิจการใหม่เข้ามาช่วยชดเชยผลประกอบการได้บางส่วน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ META ในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก การลดลงอย่างมากของรายได้จากงานรับเหมาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมียนมา และการลดลงของรายได้อื่นจากการเพิ่มทุนในบริษัทร่วม ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการโดยตรง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้งานรับเหมาลดลง 100%: สาเหตุหลักมาจากการที่กิจการยังไม่ได้ส่งสินค้าและอุปกรณ์ไปยังไซต์งานตามสัญญา Supply Contract ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เมืองมินบู ประเทศพม่า เฟสที่ 2 ทำให้ไม่สามารถรับรู้รายได้จากการติดตั้งแผงโซล่าร์ได้ ส่งผลให้รายได้จากส่วนงานนี้หายไปทั้งหมดในไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้อื่นลดลง 91%: ส่วนใหญ่เกิดจากการที่บริษัทร่วมแห่งหนึ่งไม่ได้มีการเพิ่มทุนในไตรมาส 2 ปี 2566 ขณะที่ปีก่อนมีรายการนี้เกิดขึ้น ทำให้บริษัทฯ มีรายได้อื่นจากการได้รับหุ้นเพิ่มทุนตามสัญญาการร่วมลงทุนเป็นจำนวน 25.30 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว จึงส่งผลให้รายได้อื่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจสินเชื่อ: แม้จะมีปัจจัยลบข้างต้น แต่ธุรกิจให้บริการสินเชื่อซึ่งเป็นส่วนงานใหม่ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 และการซื้อกิจการ NP PICO เข้ามาเสริม ทำให้รายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น 79% หรือ 3.94 ล้านบาท ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ลักษณะครั้งคราว สำหรับรายได้งานรับเหมาที่ลดลง 100% นั้น มีโอกาสที่จะกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง เมื่อกิจการสามารถส่งมอบสินค้าและอุปกรณ์ได้ตามสัญญา อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุระยะเวลาที่ชัดเจน ส่วนรายได้อื่นที่ลดลงนั้น มีลักษณะครั้งคราว เนื่องจากเป็นผลมาจากการไม่มีการเพิ่มทุนในบริษัทร่วมในไตรมาสนี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคตหากมีการเพิ่มทุน Highlight สำคัญ ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 538% YoY: บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 25.61 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 5.85 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้งานรับเหมาหายไปทั้งหมด: รายได้จากงานรับเหมาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมียนมาลดลง 3.49 ล้านบาท หรือ 100% เนื่องจากยังไม่สามารถส่งมอบสินค้าและอุปกรณ์ได้ ธุรกิจสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง: รายได้ดอกเบี้ยรับจากส่วนงานให้บริการสินเชื่อเพิ่มขึ้น 79% หรือ 3.94 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าและการซื้อธุรกิจใหม่ รายได้อื่นลดลง 91%: สาเหตุหลักมาจากการไม่มีการเพิ่มทุนในบริษัทร่วมในไตรมาสนี้ เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 25.30 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 36%: จากผลขาดทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์, ค่าธรรมเนียมการกู้ยืม, ค่าตัดจำหน่ายภาษี และค่าใช้จ่ายของส่วนงานให้บริการสินเชื่อ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนสุทธิ 25.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 538% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.85 ล้านบาท โดยรวมรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 8.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จาก 8.49 ล้านบาท ในปีก่อน ขณะที่ต้นทุนจากการดำเนินงานลดลง 86% มาอยู่ที่ 0.52 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 81% เป็น 8.41 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารและทั่วไปที่เพิ่มขึ้น 36% เป็น 35.39 ล้านบาท และรายการอื่น ๆ ส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิในที่สุด สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 45.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 208% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 14.77 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 16.77 ล้านบาท ลดลง 39% โอกาส การเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ: การขยายฐานลูกค้าและการซื้อธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม ทำให้ธุรกิจให้บริการสินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง การกลับมาของรายได้งานรับเหมา: หากสามารถแก้ไขปัญหาการส่งมอบสินค้าและอุปกรณ์ได้ โครงการโรงไฟฟ้าในเมียนมาจะสามารถกลับมารับรู้รายได้อีกครั้ง โอกาสในการลงทุนโครงการพลังงาน: บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจาเพื่อเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในฟิลิปปินส์ และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในญี่ปุ่น ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนของรายได้งานรับเหมา: การที่ยังไม่สามารถส่งมอบสินค้าและอุปกรณ์ได้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะสั้น การพึ่งพารายได้จากธุรกิจสินเชื่อ: การที่รายได้หลักมาจากธุรกิจสินเชื่อที่ค่อนข้างใหม่ อาจมีความเสี่ยงหากมีการแข่งขันสูงขึ้น หรือการบริหารจัดการหนี้เสีย ความล่าช้าในการลงทุนโครงการพลังงาน: โครงการพลังงานที่อยู่ระหว่างการศึกษา อาจมีความล่าช้าในการตัดสินใจลงทุน หรือการเจรจาที่ซับซ้อน ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น: การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและทั่วไป อาจกดดันความสามารถในการทำกำไร สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการส่งมอบงานรับเหมาโครงการในเมียนมา: จะสามารถกลับมารับรู้รายได้ได้เมื่อใด ผลการดำเนินงานของธุรกิจสินเชื่อ: การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ และการบริหารจัดการหนี้เสีย ความคืบหน้าการลงทุนในโครงการพลังงาน: การตัดสินใจลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าที่ฟิลิปปินส์ และโครงการชีวมวลที่ญี่ปุ่น การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร: แนวโน้มการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่จากข้อมูลที่ปรากฏ META มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย โดยมีส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการรับเหมาก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า และธุรกิจให้บริการสินเชื่อ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง รายได้จากการรับเหมา: มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ เนื่องจากปัญหาการส่งมอบสินค้าและอุปกรณ์ในโครงการโรงไฟฟ้าที่เมียนมา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด ธุรกิจสินเชื่อ: เป็นส่วนงานใหม่ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรให้แก่บริษัทฯ การเติบโตของส่วนงานนี้เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจอื่นได้ การลงทุนในโครงการพลังงาน: บริษัทฯ มีความสนใจในการลงทุนในโครงการพลังงานทั้งในฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงในระยะยาว ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล หรือกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงรายการสินทรัพย์คงค้างที่สำคัญ ได้แก่ ลูกหนี้การค้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ฟิลิปปินส์: มีมูลค่า 11.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเทียบเท่า 424.50 ล้านบาท โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนร่วมกับผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ และได้มีการประเมินมูลค่าหลักประกัน (หุ้น EPGEN) ซึ่งพบว่าครอบคลุมมูลค่าลูกหนี้แล้ว เงินมัดจำเพื่อการลงทุนในธุรกิจพลังงาน: มีมูลค่า 1,741.05 ล้านเยน หรือเทียบเท่า 428.40 ล้านบาท สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในญี่ปุ่น โดยบริษัทฯ ได้มีการประเมินมูลค่าหลักประกันแล้วพบว่าครอบคลุมมูลค่าเงินมัดจำ สรุปท้าย META ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้งานรับเหมาที่หายไปและรายได้อื่นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจให้บริการสินเชื่อและการซื้อกิจการใหม่เข้ามาเสริม เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน ขณะที่โอกาสในการลงทุนในโครงการพลังงานใหม่ๆ อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนของรายได้หลักในระยะสั้น.