Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin MFEC บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)

MFEC Q2/2566 กำไรสุทธิหด 57.6% รับผลกระทบต้นทุนพุ่ง-ธุรกิจ VDD โอนกิจการ

รายได้รวมโต 12.1% แต่กำไรขั้นต้นและสุทธิลดลง เหตุต้นทุนบริการสูงขึ้นและผลจากการขายธุรกิจ VDD บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 17.8 ล้านบาท ลดลง 57.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 12.1% เป็น 1,487.6 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 18.8% ประกอบกับผลจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท วัลแคน ดิจิทัล เดลิเวอรี่ (VDD) ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ MFEC ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ และ 2) ผลกระทบจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท วัลแคน ดิจิทัล เดลิเวอรี่ (VDD) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 24.1 ล้านบาท หรือ 57.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น: แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 12.1% เป็น 1,487.6 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาระบบที่ส่งมอบในช่วงปลายปี 2565 และการเติบโตของรายได้บำรุงรักษาระบบงาน (System Maintenance Service) แต่ต้นทุนขายและบริการกลับเพิ่มขึ้นถึง 18.8% เป็น 1,275.6 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 16.4% เป็น 212.0 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.1% ในปีก่อน เหลือ 14.3% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากภาวะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในธุรกิจผู้ให้บริการด้านไอที ผลจากการจำหน่าย VDD: การที่ MFEC ได้ดำเนินการโอนกิจการทั้งหมดของ VDD เสร็จสิ้นในไตรมาส 1/2566 ส่งผลให้ไม่มีรายได้จาก VDD ในไตรมาสนี้ ซึ่ง VDD เป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มบริษัท การจำหน่ายธุรกิจนี้จึงส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของกำไรขั้นต้นจำนวน 22.6 ล้านบาท และกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่องในแง่แรงกดดันด้านต้นทุน แต่ผลกระทบจาก VDD เป็นครั้งคราว: ภาวะการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจผู้ให้บริการด้านไอทีที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง อาจส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นของ MFEC ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการจำหน่าย VDD ถือเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปในลักษณะเดียวกัน Highlight สำคัญ กำไรสุทธิลดลง 57.6%: อยู่ที่ 17.8 ล้านบาท จาก 41.9 ล้านบาทในปีก่อน รายได้รวมเติบโต 12.1%: อยู่ที่ 1,487.6 ล้านบาท จาก 1,327.4 ล้านบาทในปีก่อน กำไรขั้นต้นหดตัว 16.4%: อยู่ที่ 212.0 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.1% เหลือ 14.3% ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 18.8%: เป็น 1,275.6 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 5.0%: อยู่ที่ 203.4 ล้านบาท จากการปรับปรุงค่าใช้จ่ายบุคลากรและผลจาก VDD Backlog สูง 7,429 ล้านบาท: โดย 58% เป็น recurring income ภาพรวมผลประกอบการ MFEC มีรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 2/2566 จำนวน 1,487.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาระบบที่ส่งมอบในช่วงปลายปี 2565 และการเติบโตของรายได้บำรุงรักษาระบบงาน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ถึง 18.8% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 16.4% มาอยู่ที่ 212.0 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 14.3% จาก 19.1% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากภาวะการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจไอที และผลจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน VDD ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 57.6% มาอยู่ที่ 17.8 ล้านบาท โอกาส Backlog มูลค่าสูง: มีโครงการระหว่างดำเนินงาน (backlog) สูงถึง 7,429 ล้านบาท ซึ่งสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องได้ในระยะยาวสูงสุด 5 ปี Recurring Income สูง: สัดส่วนงานที่สามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่อง (recurring income) คิดเป็น 58% ของมูลค่า backlog ทั้งหมด บ่งชี้ถึงรายได้ที่มีความสม่ำเสมอ การเติบโตของ Cloud Service: รายได้จากการให้บริการคลาวด์ (Cloud Service) มีอัตราการเติบโตสูงถึง 24.4% และคิดเป็น 15.8% ของรายได้รวม สะท้อนการตอบรับที่ดีจากลูกค้าองค์กรในการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการข้อมูล ความเสี่ยง การแข่งขันด้านราคา: ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจผู้ให้บริการด้านไอทีส่งผลกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น การพึ่งพิงโครงการขนาดใหญ่: แม้จะมี recurring income สูง แต่การรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการดำเนินโครงการต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีความผันผวนตามขนาดและระยะเวลาของโครงการ ผลกระทบจากการขายธุรกิจ: การจำหน่ายธุรกิจ VDD ที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น: จับตาว่า MFEC จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรับมือกับการแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างไร การเติบโตของรายได้ Cloud Service: ประเมินทิศทางการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ประจำ การบริหารจัดการ Backlog: ติดตามการส่งมอบโครงการใน backlog และการได้มาซึ่งสัญญาใหม่ เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้ในระยะยาว ผลกระทบจากการโอนกิจการ VDD: ประเมินว่าการสูญเสียรายได้และกำไรจาก VDD จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการในระยะยาวอย่างไร รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) รายได้จากการบำรุงรักษาระบบงาน (System Maintenance Service): เติบโตสูงถึง 23.4% เป็นส่วนสำคัญที่หนุนรายได้รวม โดยได้รับอานิสงส์จากการส่งมอบโครงการพัฒนาระบบจำนวนมากในช่วงปลายปี 2565 รายได้พัฒนางานด้านระบบไอที: ลดลง 27.9% เนื่องจากไม่มีรายได้จาก VDD ซึ่งถูกจำหน่ายไปในไตรมาส 1/2566 รายได้จากการให้บริการคลาวด์ (Cloud Service): เติบโต 24.4% และมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 15.8% สะท้อนแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าองค์กร การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 5.0% จากการปรับปรุงค่าใช้จ่ายบุคลากรและการลดลงของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ VDD ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนนี้) สรุปท้าย MFEC เผชิญแรงกดดันด้านกำไรในไตรมาส 2/2566 จากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นและการจำหน่ายธุรกิจ VDD ที่มีกำไรสูง แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากโครงการต่อเนื่องและบริการบำรุงรักษาระบบ อย่างไรก็ตาม การมี backlog มูลค่าสูงและสัดส่วน recurring income ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาสำหรับโอกาสการเติบโตในอนาคต แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและรับมือกับการแข่งขันด้านราคาจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไร