Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin LH บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

LH กำไร Q2/66 ดิ่ง 32% สวนทางรายได้ค่าเช่าพุ่ง รับผลโอนบ้านวูบ

รายได้จากการขายบ้านหด 40% ฉุดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ขณะที่ธุรกิจโรงแรม-ศูนย์การค้าฟื้นตัวแรง บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,449.72 ล้านบาท ลดลง 32.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้ามีการเติบโตโดดเด่น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ LH ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงถึง 40.07% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 3,350.04 ล้านบาท หรือ 40.07% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ประกอบกับการที่ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 33.56% เหลือ 29.03% โดยฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนทางอ้อมไม่ได้ลดลงตามยอดขายที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงถึง 1,351.31 ล้านบาท แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 103.97% และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นก็ตาม 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เกิดจากยอดขายที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางอ้อมที่คงที่กลายเป็นภาระที่หนักขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปรับตัวลดลงตามไปด้วย ในขณะที่รายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก (684.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 479.40 ล้านบาท หรือ 256.05% เมื่อเทียบกับ Q2/65) เป็นผลมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดให้บริการโรงแรมและศูนย์การค้าแห่งใหม่ในช่วงปลายปี 2565 ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการขายอสังหาริมทรัพย์ได้บางส่วน 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม แม้ว่ารายได้จากธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้าจะเติบโตได้ดีและมีแนวโน้มต่อเนื่องจากการเปิดโครงการใหม่ แต่การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม หรือการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการขายโครงการ (เช่น สัดส่วนคอนโดมิเนียมลดลง) ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มการโอนในไตรมาสถัดไป จึงต้องติดตามสถานการณ์ยอดขายและการโอนโครงการอย่างใกล้ชิด Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 32.23% YoY อยู่ที่ 1,449.72 ล้านบาท จาก 2,139.24 ล้านบาท ในปีก่อน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 40.07% YoY อยู่ที่ 5,009.98 ล้านบาท จาก 8,360.02 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง จาก 33.56% เป็น 29.03% เนื่องจากต้นทุนทางอ้อมไม่ได้ลดตามยอดขาย รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเติบโตโดดเด่น 103.97% YoY อยู่ที่ 1,877.98 ล้านบาท จาก 920.25 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 22.29% เป็น 36.45% ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 26.14% YoY อยู่ที่ 817.43 ล้านบาท จาก 651.33 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 LH มีรายได้รวม 7,569.04 ล้านบาท ลดลง 24.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 173.75 ล้านบาท หรือ 9.28% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 1,449.72 ล้านบาท ลดลง 32.23% สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,803.70 ล้านบาท ลดลง 31.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายลดลง 35.78% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 33.21% เป็น 28.86% อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเติบโตขึ้นอย่างมากถึง 137.31% และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 21.16% โอกาส การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า: การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดโครงการใหม่ในช่วงปลายปี 2565 ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น: การเติบโตของบริษัทร่วม เช่น บมจ. โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ และ บมจ. แอลเอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม การปรับสัดส่วนประเภทบ้านที่ขาย: สัดส่วนการขายบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 77.3% เป็น 85.8% ใน Q2/66 และจาก 79.1% เป็น 87.3% ใน 6 เดือนแรก) ซึ่งอาจสะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของตลาดบ้านเดี่ยว หรือการปรับกลยุทธ์การขายของบริษัทฯ ความเสี่ยง ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์: การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในตลาด เช่น กำลังซื้อที่ชะลอตัว หรือการแข่งขันที่สูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 54.50% ใน Q2/66 และ 36.20% ใน 6 เดือนแรก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปิดโครงการใหม่ การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้: การพึ่งพารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอื่น อาจส่งผลต่อความผันผวนของผลประกอบการในระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มยอดขาย (Presale) และการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ในไตรมาสถัดไป การบริหารจัดการต้นทุนทางอ้อมของโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ผลประกอบการและการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า รวมถึงแผนการขยายธุรกิจในอนาคต ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประเภทบ้านที่ขาย และผลตอบรับจากตลาด รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาส 2 ปี 2566 สัดส่วนรายได้จากการขายบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 85.8% จาก 77.3% ในปีก่อน ขณะที่ทาวน์เฮ้าส์และคอนโดมิเนียมลดลง ซึ่งอาจสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์การขาย หรือการตอบรับของตลาดที่แตกต่างกัน การที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลง แม้ว่าสัดส่วนบ้านเดี่ยวจะสูงขึ้น อาจเป็นเพราะต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น หรือการแข่งขันด้านราคาในบางโครงการ รายได้จากธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 36.45% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวและศักยภาพของธุรกิจนี้ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการกู้ยืมเพื่อการลงทุนหรือการดำเนินงาน สรุปท้าย LH เผชิญความท้าทายจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่โดดเด่นของธุรกิจโรงแรมและศูนย์การค้า รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงผลประกอบการ การจับตาแนวโน้มยอดขายและการโอนโครงการ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุน จะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางผลประกอบการของ LH ในช่วงครึ่งปีหลัง