2026-07-25T07:32:21+00:00 fin M บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) M โชว์รายได้ Q2/66 โต 10.4% รับแรงหนุนบริโภคฟื้น-ท่องเที่ยวคึกคัก กำไรสุทธิ Q2/66 เพิ่ม 4.5% แม้ค่าใช้จ่ายพุ่ง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกหนุนครึ่งปีหลัง บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการเติบโต 10.4% แตะ 4,435 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้บริโภคและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 459 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ M ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ การฟื้นตัวของยอดขายจากการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตถึง 10.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภค ได้ส่งผลกดดันอัตรากำไรสุทธิ ทำให้กำไรสุทธิเติบโตในอัตราที่ชะลอลงกว่ารายได้ที่ 4.5% 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การเติบโตของรายได้มาจาก การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของผู้บริโภค หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของ ภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อยอดขายผ่านช่องทางรับประทานที่ร้าน (Dine-in) ที่เป็นสัดส่วนหลักของรายได้ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขาย เพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับรายได้ (9.1% เทียบกับ 10.4%) และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 65.3% เป็น 65.7% เนื่องจากมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เคยปรับสูงขึ้นในช่วงต้นปี และบางส่วนเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิคือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ที่เพิ่มขึ้นถึง 16.5% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปรับตัวดีขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และภาคการท่องเที่ยวมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังการเปิดประเทศของจีน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นแนวโน้มเชิงบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อรักษาอัตรากำไรสุทธิ Highlight สำคัญ รายได้จากการขายและบริการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 4,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดขายสาขาเดิม (Same-store sales growth) เติบโต 10.5% ในไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรขั้นต้น อยู่ที่ 2,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 65.7% กำไรสุทธิ อยู่ที่ 459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ปรับเพิ่มขึ้น 16.5% เป็น 2,468 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 54.6% ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 4,435 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จาก 4,016 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ทำให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโต 10.5% กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 65.7% จาก 65.3% ในปีก่อน เนื่องจากมีการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ปรับสูงขึ้นในช่วงต้นปี และบางชนิดเริ่มมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16.5% เป็น 2,468 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 54.6% จาก 52.2% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จาก 439 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 8,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% และมีกำไรสุทธิ 784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% โอกาส การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: การกลับมาของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากประเทศจีน เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อยอดขาย โดยเฉพาะในร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว การกลับสู่ภาวะปกติของผู้บริโภค: พฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ส่งผลดีต่อการใช้จ่ายผ่านช่องทางรับประทานที่ร้าน (Dine-in) ซึ่งเป็นช่องทางหลัก การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ: แนวโน้มราคาวัตถุดิบบางชนิดที่เริ่มมีทิศทางลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2 อาจช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนขายในอนาคต ความเสี่ยง การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภคที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ: แม้บางชนิดจะเริ่มลดลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทอาจยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ หรือสถานการณ์โลก การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร: อุตสาหกรรมอาหารยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการปรับราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG): จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับสูงได้หรือไม่ โดยเฉพาะในไตรมาสถัดไป การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: บริษัทฯ จะสามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ กลยุทธ์การปรับราคาขาย: การปรับราคาขายในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและความสามารถในการแข่งขันหรือไม่ การฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภค: ปัจจัยด้านกำลังซื้อโดยรวมของประชาชนยังคงเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจอาหาร การขยายสาขาและช่องทางใหม่ๆ: แผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงต้นปี และต้นทุนวัตถุดิบบางชนิดเริ่มมีแนวโน้มลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อ GPM Volume: ยอดขายจากการบริโภคที่ร้าน (Dine-in) ซึ่งเป็นช่องทางหลักมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึง Volume การขายที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว GPM: อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 65.3% เป็น 65.7% ใน Q2/66 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงและมีเสถียรภาพ ช่องทางขาย: การเติบโตหลักมาจากช่องทาง Dine-in ขณะที่ Takeaway และ Delivery ยังคงมีสัดส่วนที่สำคัญ สต็อก: ไม่ได้มีการกล่าวถึงประเด็นสต็อกสินค้าในเอกสาร อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ไม่ได้มีการกล่าวถึงประเด็นอัตราแลกเปลี่ยนหรือการส่งออกในเอกสาร ฤดูกาลผลิต: ธุรกิจร้านอาหารไม่ได้มีลักษณะฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนเหมือนภาคเกษตร แต่มีปัจจัยฤดูกาลของการบริโภค เช่น เทศกาลต่างๆ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,784 ล้านบาท ลดลง 0.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และเงินสด หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,066 ล้านบาท ลดลง 1.1% จากสิ้นปี 2565 โดยลดลงจากเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 13,718 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดโดยละเอียด แต่ระบุว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินส่วนใหญ่เกิดจากดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 สรุปท้าย M สามารถพลิกฟื้นรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2566 ด้วยการเติบโต 10.4% จากแรงหนุนของการบริโภคและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก แม้จะเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและการปรับราคาขายช่วยประคองอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิในระยะยาว โดยภาพรวมครึ่งปีแรกยังคงแสดงการเติบโตที่ดีทั้งรายได้และกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับครึ่งปีหลัง.